อาหารอันตราย กระตุ้นไมเกรน

6 อาหารอันตรายต่อไมเกรน

คำว่า you are what you eat  ยังใช้ได้เสมอ การดูแลตัวเองไม่ให้เกิดการปวดหัวไมเกรนนั้นก็ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินด้วยเช่นกัน เพราะอาหารบางชนิดไม่เป็นมิตรกับสมองเราเสียเลย กินทีไรไมเกรนถามหาทุกที งั้นเรามาดูกันว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงให้ไกลถ้าไม่อยากปวดไมเกรน

1. แอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไวน์แดง” เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรนราว 30% เลยทีเดียว นอกจากนี้แอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ ยังทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้เช่นกัน 

2. ชีสที่บ่มหมักเป็นเวลานาน

คนไทยอาจไม่ค่อยได้ทานชีสชนิดนี้มากนัก แต่ใครที่อยู่ต่างประเทศอาจจะเคยทาน และอาจจะติดใจกับรสชาติของชีสชนิดนี้ แต่ชีสจำพวก กอร์กอนโซล่าชีส (บลูชีส)  คาเมมเบิร์ต และเชดดาร์ชีส เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรนได้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะชีสเหล่านี้มีสารไทรามีน (Tyramine) ที่ทำปฏิกิริยากับสารส่งผ่านประสาทในร่างกาย ที่ก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้

3. เนื้อแปรรูป

นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรนอย่างดี เพราะอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของโซเดียมไนเตรทสูง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเคมีในสมองจนก่อให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นได้

4. ผงชูรส

โดยผลวิจัยบอกว่า 2.5% ของคนที่มีอาการปวดหัวนั้น มาจากส่วนประกอบในอาหาร ซึ่งนั่นก็คือผงชูรสนั่นเอง ผงชูรสมักมากับอาหารสำเร็จรูปค่อนข้างสูง ดังนั้นหากลดการทานอาหารสำเร็จรูปประเภท อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ ก็จะช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้

5. ผลไม้รสเปรี้ยว

บางคนอาจรู้สึกดี รู้สึกสดชื่น หากได้ลิ้มรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้เหล่านี้ เช่น ส้ม มะนาว เกรปฟรุต แต่กับบางคนโดยเฉพาะผู้ป่วยไมเกรนอาจให้ผลตรงกันข้าม รสชาติเปรี้ยวเหล่านี้อาจยิ่งกระตุ้นให้มีอาการปวดหัวมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ลองดื่ม หรือทานผลไม้ประเภทนี้เล็กน้อย หากรู้สึกดีขึ้นก็ทานต่อไป แต่หากไม่ ขอให้หลีกเลี่ยงจะดีกว่า หรือทานเป็นผลไม้สดดีกว่าเป็นเครื่องดื่มเย็นๆ ประเภทมะนาวปั่น ส้มปั่น ความเย็นของน้ำแข็งหากดื่มเร็วๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวเย็นขึ้นสมองได้

6.น้ำตาลเทียม หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล

มักพบในขนม หรือเครื่องดื่มบางชนิด เช่น น้ำอัดลมประเภทน้ำตาล 0% น้ำตาลเทียมต่างๆ แพทย์มักสั่งไม่ให้ผู้ป่วยไมเกรนดื่มหรือทานอาหารที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพราะเป็นสารที่กระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน

ดังนั้นหากไม่อยากมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัว ควรเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้ชัดเจน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

 

วิธีรักษาไมเกรน

6 วิธีรักษาไมเกรน รักษาแบบธรรมชาติ

แนะนำ 6 วิธีรักษาไมเกรน ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะที่ไม่หายขาด แต่จะมีอาการกำเริบเมื่อมีปัจจัยมากระตุ้น ด้วยอาการรุนแรงแตกต่างกัน เมื่ออาการปวดไมเกรนกำเริบขึ้นมาเราสามารถบรรเทาความเจ็บปวดได้หลากหลายวิธี ทั้งแบบพึ่งยา และแบบพึ่งธรรมชาติบำบัด ถ้าอยากลองวิธีรักษาไมเกรนแบบธรรมชาติแบบไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดก็มีหลากหลายวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน  ดังนี้

1.ใช้ความร้อน-ความเย็น 

ด้วยการอาบน้ำร้อน-น้ำเย็นสลับกันประมาณ 5 นาที หรือประคบร้อนที่ท้ายทอยและประคบเย็นที่หน้าผาก แล้วทำสลับที่กันทุก 2 นาที ประมาณ 6 รอบ และอีกวิธีแก้ไมเกรน แบบไม่ต้องพึ่งยาคือการแปะถุงเจลแช่เย็นบริเวณหน้าผากและเบ้าตา ความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัวช่วยบรรเทาอาการปวดได้เป็นอย่างดี

2.นวดกดจุดคลายปวด 

วิธีนี้จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญการนวดกดจุดในระดับหนึ่ง โดยบริเวณที่นิยมนวดกดจุดมี 3 จุด คือ มือ เท้า และท้ายทอย แต่บริเวณที่นักวิจัยในต่างประเทศระบุว่าช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ดีคือ ท้ายทอย

3.บำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหย

มีอยู่หลายกลิ่นที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดศีรษะ คลายเครียด ปรับอารมณ์และจิตใจให้สมดุล ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์  กลิ่นสะระแหน่หรือเปปเปอร์มินต์  กลิ่นโหระพา ฯลฯ เมื่อรู้สึกมีอาการก็ใช้สูดดมตามปกติ

4.ดื่มน้ำสมุนไพร

พืชผักสมุนไพรที่สามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรน และยังบรรเทาอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ดี เช่น ต้นมะตูม น้ำขิงจากเหง้าขิงแก่ น้ำต้มจากต้นกะเพราแดง น้ำจากใบบัวบก ฯลฯ

5.พืชผักช่วยรักษา

มีพืชผักอีกหลายชนิดที่เราสามารถนำมาปรุงอาหารเพื่อช่วยต้านอาการปวดไมเกรนแล้วยังช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองอีกด้วย เช่น ผักใบเขียว ผักหวาน ถั่วเมล็ดแห้ง เห็ดหอมสด ฟักทอง กระเทียม ดอกแค พริกไทยดำ ข้าวซ้อมมือ เนื้อแดง หมู ปลา ฯลฯ ยิ่งในช่วงที่มีอาการปวดศีรษะให้พยายามกินอาหารเหล่านี้ก็จะช่วยได้ดี

6.การนั่งสมาธิ

หาห้องหรือมุมสงบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก แล้วนั่งขัดสมาธิ หลับตา หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกช้าๆ พร้อมกับทำจิตใจให้สบาย ไม่กังวล สมาธิอยู่ที่ลมหายใจเข้า-ออก ทำไปเรื่อยๆ ความรู้สึกปวดศีรษะจะค่อยๆ ลดลง วิธีนี้หากทำเป็นประจำนอกจากแก้ไมเกรน แบบไม่ต้องพึ่งยาแล้ว ยังช่วยให้เรามีอารมณ์ด้านบวกมากขึ้น

วิธีรักษาไมเกรนแบบธรรมชาติเหล่านี้อาจไม่ได้ทำให้โรคไมเกรนหายขาด เป็นแค่เพียงการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดและช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน ทางที่ดีควรปรึกษาและรักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทางควบคู่ไปด้วยนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาไมเกรน

รู้กันหรือยังว่า มีวิธีรักษาไมเกรน โดยไม่ต้องทานยาแก้ปวด

รักษาไมเกรนที่ไหนดี ไม่ต้องการทานยาอีกต่อไปแล้ว