วิธีรับมือไมเกรน

4 วิธีรับมือกับเจ้าไมเกรนตัวร้ายให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ใครที่กำลังคิดว่าไมเกรน (Migraine) เป็นโรคที่ใครก็เป็นกัน ก็คงคล้ายๆ ไข้หวัดนั่นแหละ เราขอย้ำว่าให้คิดใหม่ค่ะ เพราะถึงแม้ว่าในช่วงแรกจะมีอาการปวดหัวข้างเดียว แต่หากปล่อยไว้นานเข้า อาจส่งผลให้แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ออก ปากเบี้ยว ตาเหล่ หรือสามารถเสียชีวิตได้เลยนะคะ

ซึ่งไมเกรนตัวร้ายนั้นมาจากความเครียด หรือการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมฯ นานๆ เป็นประจำ รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอของเรานั่นแหละค่ะ พฤติกรรมเหล่านี้เข้าไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ ท้ายทอย เกร็งตัวมากขึ้น จนเกิดเป็นก้อนเนื้ออักเสบ Trigger Point ส่งผลให้เลือดกับออกซิเจนไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ได้อย่างเคย ทำให้เราปวดหัวมากๆ ถึงขั้นไม่เป็นอันทำอะไร บางคนปวดนานถึง 4-72 ชั่วโมง และคลื่นไส้อาเจียนอีกด้วย! 

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีรับมือกับเจ้าไมเกรนตัวร้ายให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกัน

  1. ยอมรับว่าไมเกรนรักษาไม่หาย แต่เราสามารถลดความถี่ของอาการปวดหัวนั้นได้ โดยลดปัจจัยหรือแรงกระตุ้นเหล่านั้น เริ่มจากตั้งเวลาเข้านอน และเวลาตื่นให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน 
  2. เมื่อมีอาการให้เราหยุดพักทันที หายใจเข้า-ออกช้าๆ ไปพร้อมๆ กับการประคบน้ำเย็นบริเวณต้นคอ หรืออาจจะนวดบริเวณที่ปวดก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นเดียวกัน
  3. หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มแล้ว ยังช่วยลดความเครียดที่เป็นปัจจัยของอาการปวดได้
  4. รักษาและป้องกันไมเกรนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ ‘โบทุลินัมท็อกซิน’ หรือการฉีดท็อกซินเข้าไปในบริเวณที่ปวดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ตึงปวด ช่วยลดความถี่ของอาการปวดได้ถึง 90% ในระยะเวลา 4-6 เดือน

และแน่นอนว่า BTX Migraine Center เป็นศูนย์รักษาไมเกรนที่เชี่ยวชาญการรักษา TOXIN TYPE A โดยแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะทางด้านสมอง ท่านสามารถปรึกษาปัญหานี้ก่อนได้ที่ BTX migraine center เอยาคลินิก มาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพในทุกๆ วันแบบไม่ต้องกังวลกับการปวดไมเกรน คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคุณ

 

โรคร้ายที่มาพร้อมกับไมเกรน

ปวดไมเกรน นำสู่โรคร้ายทำลายชีวิต

การปวดหัวตุบๆ ข้างเดียวแบบนี้สามารถสื่อได้ว่าคุณอาจมีภาวะเสี่ยงเป็นไมเกรนแล้วล่ะ บางคนอาจจะคิดว่าไมเกรนเป็นแค่เพียงอาการปวดหัวชนิดหนึ่ง แต่จริงๆ แล้ว ใครจะรู้ว่าไมเกรนสามารถส่งผลให้เราเป็นโรคอื่นๆ แทรกซ้อนขึ้นมาได้เลยนะ วันนี้เราเลยจะมายกตัวอย่าง 3 โรคที่สามารถเกิดได้จากไมเกรน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) 

คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลายและส่งผลให้เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ตามมาได้ ซึ่งจากผลการวิจัยบอกว่า คนที่เป็นไมเกรนมีโอกาสเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบและแตกมากกว่าคนปกติ! ดังนั้นไมเกรนไม่ใช่โรคที่เราจะละเลยได้อีกแล้ว รีบเข้าไปปรึกษาแพทย์ก่อนคิดจะซื้อยาทานเอง เพราะยาบางชนิดก็สามารถเพิ่มโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เหมือนกันค่ะ 

โรคอ้วน (Obesity)

รู้ไหมว่าน้ำหนักที่สูงขึ้นไปพร้อมๆ กับอาการปวดหัวไมเกรนที่พุ่งพรวด มันจะยิ่งทำให้อาการอื่นๆ ของไมเกรนรุนแรงขึ้นไปอีก เพราะโรคอ้วนเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรนแถมยังเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆได้อีก และหากใครที่สามารถลดน้ำหนักลงได้ อาการไมเกรนที่กำเริบอยู่บ่อยๆก็จะลดลงไปด้วยได้นั่นเอง

โรคซึมเศร้า (Depression)

อย่างที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไมเกรนคือความเครียด ดังนั้นคนที่เป็นไมเกรน มีความเครียดสะสมอยู่เรื่อยๆก็ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นไมเกรนถึง 2 เท่า! และยิ่งถ้าหากเป็นชนิดเรื้อรังด้วยนั้นยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะมันจะยิ่งกระตุ้นโอกาสเสี่ยงมากขึ้นไปอีก วนเป็นวงจรไม่จบ แถมภาวะโรคซึมเศร้าที่รุนแรงขึ้นก็อันตรายถึงชีวิตได้ถ้ามีภาวะจิตตกจนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย

และแน่นอนว่ายุคสมัยเปลี่ยน นวัตกรรมทางการแพทย์ก็ทันสมัยขึ้น ทำให้มีการรักษาไมเกรนได้ด้วยการฉีดท็อกซินให้ไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด และช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้นาน 4-6 เดือน โดยไม่ต้องกินยา เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี ท่านสามารถเข้ามาปรึกษาและรับการรักษาไมเกรนเรื้อรังได้ที่ศูนย์รักษาไมเกรนด้วยท็อกซิน BTX migraine center เอยาคลินิก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสมองจะเป็นผู้แนะนำและรักษา อย่าให้ไมเกรนมาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณ