ปวดหัวคิ้ว

อย่างที่ทราบกันดีว่าอาการปวดหัวมีหลายรูปแบบ เช่น ปวดหัวเรื้อรังที่มีอาการติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ปวดหัวจากความเครียดหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาการปวดหัวไมเกรนที่หลาย ๆ  คนต้องเผชิญ รวมไปถึงอาการปวดหัวคิ้ว

หลาย ๆ  คนอาจจะสงสัยว่าอาการปวดหัวคิ้ว เกิดจากอะไร อาการแบบไหนที่จะต้องไปพบแพทย์ หรือเมื่อมีอาการปวดหัวคิ้ว แก้ยังไง วันนี้เรารวบรวมคำตอบที่เป็นประโยชน์มาให้แล้วค่ะ


ปวดหัวคิ้ว

อาการปวดหัวคิ้วเกิดขึ้นได้หลายกรณี และแต่ละกรณีจะแตกต่างกันออกไป เช่น ปวดหัวคิ้วซ้าย ปวดพร้อมกับคลื่นไส้ ปวดหัวระหว่างคิ้ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ พฤติกรรมการใช้ชีวิตก่อนหน้า หรือโรคประจำตัวของบุคคลนั้น ๆ

อย่างไรก็ดี อาการทั่ว ๆ  ไปของการปวดหัวตรงหว่างคิ้วคือ จะรู้สึกปวดบริเวณระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง ในบางครั้งอาจจะรู้สึกปวดหัวคิ้วข้างเดียว หรือบางครั้งอาจจะปวดบริเวณอื่นๆ  เช่น ปวดหัวท้ายทอย กระบอกตา เบ้าตาประกอบด้วย

แต่หากใครที่มีอาการรุนแรงหรือมีอาการแทรกซ้อนเพิ่ม ก็อาจจะหมั่นสังเกตตนเองและเข้าปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจจะเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ  ได้


ปวดหัวระหว่างคิ้วเกิดจากอะไร

ดังที่กล่าวมาในข้างต้น อาการปวดหัวคิ้วเกิดจากหลายสาเหตุ โดยแบ่งสาเหตุของปวดหัวตรงหน้าผากระหว่างคิ้วได้ 5 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

ปวดหัวระหว่างคิ้ว เกิดจาก

1. โรคไมเกรน

โรคไมเกรน ลักษณะอาการคือปวดหัวตุบๆ  โดยอาจจะปวดหัวข้างซ้าย ข้างขวา ปวดทั้งสองข้าง หรือปวดกระบอกตา ตลอดจนในผู้ป่วยบางรายก็มีอาการปวดหัวคิ้ว

ทั้งนี้ เป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อบริเวณรอบศีรษะมีการเกร็งตัว สั่น จนปวดตุบ ๆ  ไปทั่วบริเวณศีรษะ คอ บ่า ไหล่ ท้ายทอย รวมถึงบริเวณหัวคิ้ว

จุดเด่นของอาการ : มีอาการปวดหัวคิ้วร่วมกับอาการไวต่อแสงและเสียง ปวดขั้นรุนแรง โดยเฉพาะขณะเคลื่อนไหวร่างกาย ตลอดจนคลื่นไส้ มีอาการไมเกรนขึ้นตา ไม่สามารถทำงานหรือกิจวัตรประจำวันได้  

2. การอักเสบบริเวณรอบศีรษะ

การอักเสบคือ การที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ทำให้เนื้อเยื่อหรือบริเวณนั้น  ๆ  ของร่างกายบาดเจ็บ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการปวด เจ็บ บวมต่าง ๆ  โดยแบ่งเป็น 4 สาเหตุ ดังนี้

  • ฟันผุ

อาการฟันผุ นอกจากจะปวดฟัน ยังสามารถส่งผลกระทบต่อการปวดแนวกราม ขากรรไกร ตลอดจนปวดร้าวไปถึงบริเวณหัว หัวคิ้ว หน้าผาก และกระบอกตา เนื่องจากฟันผุจะลงลึกไปยังชั้นโพรงประสาทฟัน ส่งผลต่อกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวมีการเชื่อมโยงและทำงานเกี่ยวเนื่องกัน

จุดเด่นของอาการ : ปวดฟันพร้อมกับอาการปวดหัวคิ้วและอาการปวดหู

  • หูอักเสบ

หูอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อหู จนกระทั่งส่งผลให้เกิดอาการบวม แดง และอักเสบ ซึ่งอาการอักเสบนี้จะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บและปวดบริเวณหู ร้าวไปจนถึงบริเวณหัว ปวดหัวคิ้ว ท้ายทอย

จุดเด่นของอาการ : ปวดหู สูญเสียการได้ยิน เวียนหัว ปวดหัวคิ้ว มีของเหลวไหลออกจากหู

  • ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบคือ การอักเสบของโพรงจมูกที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวคิ้ว เบ้าตา และจมูกได้ เนื่องจากจะเกิดแรงดันบริเวณใบหน้า หน้าผาก หัวคิ้ว ตลอดจนจมูก จนบีบตัวและเกิดเป็นอาการปวด โดยไซนัสอักเสบอาจจะเกิดระยะรสั้น ๆ  หรือมีอาการเรื้อรังก็ได้เช่นกัน

จุดเด่นของอาการ : คัดจมูกหรือคัดจมูก ปวดหัวคิ้วหรือเจ็บบริเวณหัวคิ้วหากโดนนิ้วเคาะ ไอ และมีน้ำมูกไหลลงคอร่วมด้วย

  • กล้ามเนื้อคออักเสบ

อาการกล้ามเนื้ออักเสบเกิดจากการที่นอนผิดท่า กล้ามเนื้อเกิดอาการตึงและอักเสบ ซึ่งจะส่งผลให้ปวดบริเวณต้นคอ ท้ายทอย ร้าวไปยังหู รอบหัว และบริเวณหัวคิ้ว

จุดเด่นของอาการ : ปวดหัวคิ้ว ปวดคอ ไม่สามารถขยับคอได้อย่างปกติ บางกรณีปวดขา แขนขาอ่อนแรง

3. ปัญหาสายตาผิดปกติ

ในยุคปัจจุบันหลาย ๆ  คนก็อาจจะต้องเผชิญกับโรคทางสายตา เนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจริง ๆ  แล้วนั้นโรคหรือปัญหาทางสายก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดบริเวณหัวคิ้ว เบ้าตา

  • สายตาสั้น ยาว เอียง

อาการสายตาผิดปกติเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่เมื่อเกิดอาการนั้น  ๆ  ก็มักจะส่งผลกระทบให้ปวดกระบอกตา ลามไปจนการปวดหัวระหว่างคิ้วข้างที่สายตาผิดปกติหรือทั้งสองข้าง 

จุดเด่นของอาการ : ปวดหัว สายตาพร่ามัว เห็นไฟเป็นสีรุ้ง ไวต่อแสง สู้แสงไม่ได้ เป็นต้น

  • โรคต้อหิน

โรคต้อหิน เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตาหรือประสาทตาถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดตา ปวดหัวคิ้ว บางรายก็จะเริ่มสูญเสียการมองเห็น ทั้งนี้ กลไกที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวคิ้วร่วมด้วยคือ ความดันในลูกตาสูงนั่นเอง สำหรับโรคนี้ เมื่อใดที่เริ่มมีอาการควรรีบพบแพทย์ทันที ก่อนสูญเสียการมองเห็น

จุดเด่นของอาการ : ตาแดง เวียนหัว เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ คลื่นไส้ เห็นภาพซ้อนร่วมกับการปวดหัวและปวดหัวคิ้ว กระบอกตา 

4. ภาวะเครียดและวิตกกังวล

หนึ่งในสาเหตุของอาการปวดหัวคลัสเตอร์และอาการปวดหัวคิ้ว คือ ภาวะความเครียดและความวิตกกังวล กลไกที่ทำให้เกิดอาการคือ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ โดยเบื้องต้นจะปวดหัวรอบ ๆ  จากนั้นจะลามไปปวดบริเวณหัวคิ้ว กระบอกตาตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึงปวดต่อเนื่องเป็นวัน

จุดเด่นของอาการ : ปวดหัวทั้งสองข้าง ปวดหัวคิ้วพร้อม ๆ  กับการปวดกระบอกตา ขมับ และไมเกรน ในขณะเดียวกันก็มีอาการไวต่อสิ่งเร้า 

5. เนื้องอก

เนื้องอกหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติในร่างกาย จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง โดยเนื้องอกจะกดทับบริเวณศีรษะ ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นสูง จนเกิดอาการปวดหัวรุนแรง ปวดหัวคิ้ว และปวดลามไปบริเวณต่าง ๆและกำเริบนึกตอนกลางคืนหรือตอนเคลื่อนไหวร่างกาย

จุดเด่นของอาการ : แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว เวียนหัว ใบหน้าเบี้ยว สับสน มึนงง ความจำผิดปกติ ทรงตัวลำบาก ขาดสมาธิ


อาการที่มักเกิดร่วม

ปวดหัวตรงหน้าผากระหว่างคิ้ว

นอกจากอาการปวดบริเวณหัวคิ้วทั้ง 2 ข้างแล้ว ก็มักพบว่าผู้ป่วยมีอาการอื่น ๆ  ตามแต่ละสาเหตุร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

  • คัดจมูก 
  • ไอ เจ็บคอ  
  • ปวดหัวคลื่นไส้
  • น้ำมูกเขียวข้นไหลลงคอ 
  • ไข้ขึ้น
  • ง่วงนอน อ่อนเพลีย และซึม 
  • เวียนหัว 
  • ไวต่อสิ่งเร้า ทั้งแสงและสี
  • ประสิทธิภาพการมองเห็นต่ำลง
  • แขนขาอ่อนแรง 
  • เดินเซ

อาการปวดหัวคิ้วที่ควรพบแพทย์

ปวดหัวระหว่างคิ้ว

แม้ว่าอาการปวดหัวจะสามารถทานยา เพื่อให้อาการดีขึ้นได้ แต่เมื่อใดที่พบว่ามีอาการปวดหัวคิ้วรุนแรงหรือมีอาการอื่นๆ  ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • บริเวณใบหน้ามีอาการปวดหรือบวมอย่างรุนแรง
  • บริเวณรอบดวงตามีอาการปวดหรือบวม
  • รู้สึกสับสน มึนงง
  • ปวดหัวรุนแรงกะทันหัน
  • ง่วงนอน ซึม
  • มีไข้สูง
  • มีผื่นตามตัว
  • เวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียนหนัก

การวินิจฉัยอาการปวดหัวคิ้ว

หากมีอาการปวดหัวคิ้วจนต้องไปพบแพทย์ ทางแพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติส่วนตัว ประวัติการรักษา สอบถามถึงระดับความรุนแรงของอาการ พฤติกรรมทั่ว ๆ  ไปในชีวิตประจำวัน โดยในบางครั้ง หากพบว่ามีแนวโน้มว่าจะเกิดจากความผิดปกติและต้องวินิจฉัยอย่างละเอียด จะใช้วิธีดังต่อไปนี้

1. การตรวจ MRI 

การตรวจ MRI คือ การตรวจร่างกายทั้งทางกายวิภาคและสรีรวิทยาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เนื่องจากจะทำให้ได้ภาพที่คมชัด มีรายละเอียดสูง นิยมใช้ตรวจหาความผิดปกติในร่างกาย เช่น ตรวจหาเนื้องอก ภาวะอักเสบในส่วนต่าง ๆ  ของร่างกาย สมอง หัวใจ รวมถึงยังสามารถตรวจดูความผิดปกติของระบบเลือดได้ด้วยเช่นกัน

2. การตรวจ CT SCAN 

การตรวจ CT SCAN คือ การตรวจหาความผิดปกติของร่างกายโดยการฉายรังสีเอกซ์ ผ่านอวัยวะที่ต้องการตรวจ เช่น หัว หัวใจ แขน ขา เพื่อหาความผิดปกติและสาเหตุของอาการปวดหัวคิ้ว โดยผลลัพธ์ของการตรวจแบบ CT SCAN คือ จะเป็นภาพ 3 มิติและภาพแนวระนาบ ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างละเอียด

3. การตรวจเอกซเรย์ (X-ray)

หากมีอาการปวดหัวคิ้วหรือมีความผิดปกติทางร่างกาย แพทย์จะใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจเอกซเรย์ เนื่องจากจะทำเห็นภาพอวัยวะหรือความผิดปกติของร่างกายได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดหัว ก็จะสามารถรักษาได้อย่างตรงจุด


การรักษาอาการปวดหัวคิ้ว

การรักษาอาการปวดหัวคิ้วนั้นขึ้นสามารถรักษาด้วยวิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้น รักษาตามสาเหตุ ตลอดจนรักษาตามลักษณะความรุนแรงของอาการที่พบในแต่ละบุคคล โดยแบ่งได้ดังนี้

1. ประคบเย็นบรรเทาอาการปวด

ปวดหัวคิ้ว แก้ยังไง

การประคบเย็นบรรเทาอาการปวด จะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายเย็นขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการตึงและลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ใช้ผ้าเย็นหรือผ้าชุบน้ำเย็น ประคบบริเวณหัวคิ้วหรือบริเวณโดยรอบที่มีอาการปวด ประมาณ 10-15 นาที อาการก็จะบรรเทาขึ้น แต่วิธีแก้ปวดหัวคิ้วดังกล่าวเหมาะสำหรับการปวดหัวที่ไม่รุนแรงและอาการปวดหัวคิ้วทั่ว ๆ  ไป 

2. การใช้ยารักษาอาการปวด

วิธีคลายปวดหัวคิ้ว

การใช้ยารักษาอาการปวดนั้น เป็นวิธีคลายปวดหัวคิ้วแบบเร่งด่วน โดยสามารถใช้ยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน ซึ่งเป็นการบรรเทาอาการปวดอย่างเร่งด่วน หรืออาจจะต้องทานยาแก้ปวดไมเกรน เช่น

  • ยากลุ่ม Triptan หรือยาแก้ปวดที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวรูปแบบต่าง  ๆ  ตลอดจนอาการปวดหัวคิ้ว โดยยาชนิดนี้จะมีทั้งรูปแบบชนิดเม็ด แผ่นแปะ ยาฉีด และยาพ่นจมูกให้เลือกใช้ตามความสะดวก
  • ยากลุ่ม Ergotamine หรือยารักษาไมเกรน ออกฤทธิ์ในการทำให้เส้นเลือดทำงานได้อย่างตามปกติ และมีประสิทธิภาพ 
  • ยากลุ่ม Ibuprofen หรือยาต้านอาการอักเสบไร้สเตียรอยด์ นิยมใช้ในการรักษาอาการปวดในรูปแบบต่าง  ๆ  เช่น ปวดฟันผุ ปวดหู ปวดหัวไมเกรน เป็นประจำเดือนแล้วปวดหัว ปวดกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณต่าง ๆ  เป็นต้น

3. การรักษาตามสาเหตุของโรค

ปวดหัวคิ้ว กระบอกตา

เพื่อให้การรักษานั้นเห็นผลดีและบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด อาจจะต้องรักษาตามสาเหตุของโรค ดังนี้

  • โรคไมเกรน : สามารถรักษาโดยการทานยาแก้ปวด ใช้สมุนไพรรักษาไมเกรน นวดคลายเส้น ตลอดจนรักษาด้วยการฉีดโบท็อกไมเกรน
  • การอักเสบบริเวณรอบศีรษะ : ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ กล้ามเนื้อคออักเสบ เบื้องต้นอาจจะทานยาแก้ปวด จากนั้นอาจจะประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางแต่ละโรค
  • ปัญหาสายตาผิดปกติ : หากสายตาสั้น ยาว หรือเอียง อาจจะต้องตรวจวัดสายตา เพื่อตัดแว่นหรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเอง แต่หากมีอาการของโรคต้อหิน อาจจะต้องใช้ยาหยอดตาหรือผ่าตัด ตลอดจนปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านควบคู่กันไปด้วย
  • ภาวะเครียดและวิตกกังวล : เบื้องต้นสามารถใช้ยาแก้ปวดไมเกรนได้ หรือในบางรายอาจจะต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมของตนเอง หากิจกรรมคลายเครียด ปรึกษาแพทย์ หาคนรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ  เพื่อลดภาวะตึงเครียดและวิตกกังวล
  • เนื้องอก : วิธีรักษาอาการเนื้องอกคือ การผ่าตัด โดยอาจจะต้องปรึกษาแพทย์และเขารับการวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อน

แนวทางการป้องกันอาการปวดหัวคิ้ว

ปวดหัวตรงหว่างคิ้ว

อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหัวคิ้ว สามารถปฏิบัติตาม 8 แนวทางการป้องกันอาการปวดหัวระหว่างคิ้วง่าย ๆ  ได้ดังต่อไปนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพออยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายได้พักและฟื้นฟูตนเอง โดยอาจจะนอนในห้องที่ไม่มีสิ่งเร้า ไม่มีแสงหรือเสียงรบกวนและมีอุณหภูมิที่เหมาะสม
  2. ฝึกทำสมาธิ เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ลดความกังวล สงบ และมีสมาธิมากยิ่งขึ้น
  3. หากิจกรรมยามว่างทำ โดยอาจจะเป็นกิจกรรมที่ชอบ ทั้งนี้ก็เพื่อบรรเทาความเครียด
  4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามิน ผัก ผลไม้ แร่ธาตุสำคัญ ๆ  อย่างแมกนีเซียม ไมเกรนจะลดลงได้ ในขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรนประเภทต่าง ๆ  ด้วย
  5. หมั่นออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ  เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยอาจจะเริ่มจากการออกกำลังกายง่าย ๆ  เช่น โยคะแก้ปวดหัว ปั่นจักรยาน เป็นต้น
  6. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีสารกระตุ้นและออกฤทธิ์กดประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหัว ตลอดจนปวดระหว่างคิ้ว เวียนหัวได้

ข้อสรุป

อาการปวดหัวคิ้ว นั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้น เมื่อมีอาการเข้าค่ายหรือมีอาการในระดับเบื้องต้น ก็ควรเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาให้ทันท่วงที

หากต้องการรักษาไมเกรน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดหัวคิ้ว ด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและปลอดภัยอย่างการฉีดโบท็อกไมเกรน การฉีดยา หรือการฝังเข็มไมเกรน สามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 เพื่อเข้ารับคำปรึกษา เข้าตรวจไมเกรน ตลอดจนทำการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทันที


เอกสารอ้างอิง

Angelica Bottaro. 2022. What Are the Causes of Eyebrow Pain?. Retrieve from https://www.verywellhealth.com/eyebrow-pain-5216777  

Beth Sissons. 2019. What causes eyebrow pain?. Retrieve from https://www.medicalnewstoday.com/articles/326101

Diana Wells. 2018. What’s Causing Pain Near or Behind My Eyebrows?. Retrieve from https://www.healthline.com/health/eyebrow-pain