ปวดหัวข้างขวา

เนื่องจากสถานการณ์แวดล้อม ไลฟ์สไตล์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ส่งผลให้หลาย ๆ คนเผชิญกับอาการปวดหัวข้างขวาจี๊ด ๆ ปวดหัวไมเกรน ตลอดจนปวดขมับขวา เป็นประจำและกลายเป็นปัญหาที่ส่งต่อสุขภาพจิต

ดังนั้น วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดหัวข้างขวาเกิดจากอะไร? ปวดไมเกรนข้างขวามีสาเหตุจากอะไร? ปวดหัวข้างขวาตลอดเวลาต้องทำยังไง? เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับทุกคนแล้วค่ะ


ปวดหัวข้างขวา

ปวดหัวข้างขวาคือ หนึ่งในอาการปวดหัวข้างเดียวที่พบได้บ่อย ๆ ไม่ต่างกับอาการปวดหัวข้างซ้ายและการปวดหัวไมเกรนเท่าไหร่นัก เนื่องจากมีสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นภายนอกที่ทำให้เกิดอาการคล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ตาม อาการปวดหัวซีกขวานี้ มักมาพร้อมกับอาการปวดหัวแบบอื่น ๆ เช่น ปวดหัวจากความเครียด ปวดหัวเรื้อรัง หรืออาการปวดหัวคลัสเตอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตาพร่ามัว คลื่นไส้ กล้ามเนื้อตึง ทางที่ดีอาจจะต้องพิจารณาอาการของตนเอง เพื่อรักษาโรคเหล่านี้ในลำดับต่อไป


ปวดหัวข้างขวา เกิดจากสาเหตุใด

ปวดหัวข้างขวาจี๊ดๆ

ปวดหัวข้างขวาหรือปวดหัวด้านขวามีกลไกจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ตึงจนเกินไป หลอดเลือดขยายตัวมากเกินไป ตลอดจนสารเคมีในสมองที่หลั่งผิดปกติ ซึ่งปัจจัยและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติเหล่านี้คือ 

  • ไลฟ์สไตล์ เช่น ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การกินอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น
  • การติดเชื้อและโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น 
  • การใช้ยาเกินกำหนด เช่น การใช้ยาแก้ปวดหัวเกินขนาดที่แพทย์สั่ง หรือการใช้ยาไมเกรนแก้ปวดหัวถี่เกินไป
  • อาการบาดเจ็บหรืออาการทางระบบประสาทและสมอง ดช่น หลอดเลือดดำในสมองอุดตัน เลือดออกในสมอง เนื้องอกในสมอง

อาการปวดหัวข้างขวาเป็นอย่างไร

ปวดขมับขวา

ไม่เพียงแต่อาการปวดหัวซีกขวาบนเท่านั้น แต่หลาย ๆ คนยังเผชิญกับอาการปวดหัวข้างขวาบริเวณท้ายทอย ปวดหัวข้างขวาร่วมกับคลื่นไส้ และอาการอื่น ๆ อีกด้วย โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตามแต่ละบุคคล ดังนี้

ปวดหัวข้างขวาลามไปกระบอกตา

เมื่อมีอาการปวดหัวข้างขวาร่วมกับปวดเบ้าตา อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มักมีอาการร่วมกับตาพร่ามัว เวียนหัว เห็นภาพซ้อน มีไข้ ตลอดจนชามือและเท้า โดยอาการแบบนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีโรคทางสมองต่าง ๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษา

ปวดหัวข้างขวาบริเวณหลังหู

ลักษณะอาการปวดหัวข้างขวาบริเวณหู คือ ตื่นนอนแล้วปวดหัว ปวดบริเวณกราม ขากรรไกร ลามไปจนถึงหลังหู ส่วนใหญ่อาการแบบนี้จะเกิดกับผู้ที่นอนกัดฟันตอนกลางคืนหรือผู้ที่เป็นโรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว

ปวดหัวคิ้วข้างขวา

ลักษณะอาการปวดหัวคิ้วหรือปวดตรงคิ้วขวา คือ ปวดตื้อ ๆ หนัก ๆ ที่บริเวณหน้าผาก ขมับ และหัวคิ้ว โดยอาจจะปวดเบ้าตาขวาหัวคิ้วด้วย ส่วนใหญ่เกิดร่วมกับอาการปวดหัวไมเกรน ผู้ป่วยไซนัส เป็นต้น

ปวดหัวข้างขวาบริเวณท้ายทอย

ปวดหัวข้างขวาท้ายทอยมักจะมีลักษณะอาการร่วมกับกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ตึง เส้นคอปวดตึง โดยมักเกิดกับผู้ที่มีปัญหาทางระบบประสาท เช่น เส้นประสาทท้ายทอยอักเสบ โรคหลอดเลือดแดงขมับอักเสบ เป็นต้น

ปวดหัวข้างขวาข้างเดียว

ลักษณะอาการของปวดหัวข้างขวาทุกวันเป็นประจำ มักมีอาการปวดหัวจี๊ด ๆ ร่วมกับอาการปวดหัวคลื่นไส้ เวียนหัว ตาพร่ามัว และไวต่อเสียงและสี มักเกิดกับผู้ป่วยไมเกรน

ปวดหัวข้างขวาสลับซ้าย

ลักษณะการของปวดหัวข้างซ้ายสลับขวา คือ จะมีอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นเป็นรอบ ๆ ปวดตุ้บ ๆ สลับ 2 ฝั่ง ตั้งแต่ครั้งละ 15 นาทีไปจนถึงครึ่งชั่วโมง


ปวดหัวข้างขวา เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ปวดหัวซีกขวา

อย่างไรก็ตามอาการปวดหัวซีกขวานั้นมีทั้งแบบรุนแรงและไม่รุนแรง ซึ่งเมื่อมีอาการเหล่านี้ก็ควรจะรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้รักษาได้ทันอย่างท่วงที อาการปวดหัวที่เป็นสัญญาณเตือนร้ายแรง และผู้ป่วยควรรีบไปพบคุณหมอทันที อาจมีดังนี้

  • ปวดหัวรุนแรงผิดปกติและรุนแรงขึ้น
  • อาการปวดหัวข้างขวาเริ่มเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • มีไข้ รู้สึกสับสน ความสามารถในการจดจำลดลง และมีอาการทางระบบประสาท 
  • ปวดบริเวณกระบอกตาและหลังหูบ่อย
  • ปวดหัวข้างขวาตาพร่ามัว การมองเห็นเปลี่ยนไป มองเห็นไม่ชัด

การวินิจฉัยอาการปวดหัวข้างขวา

การวินิจฉัยอาการปวดหัวข้างขวาจะเริ่มจากการซักประวัติทางการแพทย์ สอบถามยาที่แพ้ ตรวจร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมาก อาจจะต้องตรวจด้วยวิธีการดังนี้

  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

เป็นการฉายรังสีเอกซ์ เพื่อสร้างภาพตัดขวางของสมองอย่างละเอียด ซึ่งวิธีการนี้จะสามารถตรวจหาโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เปิดอการปวดหัวข้างขวาจี๊ด ๆ ได้ 

  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) 

เป็นการใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ สร้างภาพของสมองและหลอดเลือดอย่างละเอียด เพื่อตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย และโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการปวดหัว


แนวทางการรักษาปวดหัวข้างขวา

ใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาอาการปวดหัวจี๊ดๆ ข้างขวาเป็นพักๆ หรือปวดหัวข้างขวาข้างเดียว จนเกิดความกังวลและความเครียดจนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น สามารถใช้แนวทางการรักษาที่เรานำมาฝากได้ ดังนี้

การบรรเทาอาการปวดหัวข้างขวาด้วยตัวเอง

ปวดหัวด้านขวา

ผู้ที่มีอาการปวดหัวข้างขวา สามารถใช้วิธีแก้ปวดหัวเบื้องต้นง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

  • ประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นบริเวณท้ายทอย คอ ขมับ และกระบอกตา เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว 
  • รับประทานยาแก้ปวดอย่าง พาราเซตามอล หรือยาไมเกรน เช่น ยากลุ่ม triptan ยากลุ่ม ergotamine หรือยากลุ่ม ibuprofen เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวข้างขวา ทั้งนี้ยาบางตัวไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • ผ่อนคลายอาการด้วยวิธีนวดแก้ปวดไมเกรนหรือนวดเพื่อให้กล้ามเนื้อและเลือดลมคลายตัว ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ปกติ
  • ใช้สมุนไพรรักษาไมเกรนหรือสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการลดอาการปวดหัว เช่น ขิง ใบบัวบก ผักขม เป็นต้น 

การรักษาปวดหัวข้างขวาทางการแพทย์

ปวดหัวขมับขวา

หากใครที่ลองวิธีแก้ปวดหัวเบื้องต้นง่าย ๆ แล้วแต่อาการยังไม่บรรเทา ก็สามารถใช้วิธีทางการแพทย์ เช่น

  • การฉีดโบท็อกไมเกรน

นอกจากจะช่วยเสริมความงามแล้ว ยังสามารถรักษาอาการปวดหัวข้างขวาจี๊ด ๆ หรือปวดไมเกรนข้างขวาได้ เพียงแค่ฉีดโบท็อกไมเกรนบริเวณที่แพทย์แนะนำ 1 ครั้งจะสามารถรักษาอาการปวดได้นาน 3-4 เดือน

  • การกระตุ้นด้วยแม่เหล็ก (TMS) 

คือ การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทและเกิดการปรับเปลี่ยนการทำงานให้ปกติ เพื่อรักษาอาการปวดหัวข้างขวาและรักษาโรคทางหลอดเลือด วิธีนี้จะคล้ายคลึงกับการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) 

  • การกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณท้ายทอย (ONS) 

หากใครที่ปวดหัวข้างขวาท้ายทอย สามารถรักษาด้วยการกระตุ้นบริเวณเส้นประสาทท้ายทอย แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและบรรเทาอาการปวดได้อย่างดี

  • การกระตุ้นปมประสาท (SPG)

เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับการรักษาอาการปวดหัวข้างขวาแบบคลัสเตอร์และการปวดหัวเรื้อรัง


ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกันปวดหัวข้างขวา

ปวดหัวข้างขวาท้ายทอย

โดยเราสามารถเลี่ยงหรือป้องกันอาการปวดหัวข้างขวาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่

  • กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรนหรืออาหารที่กระตุ้นอาการปวดหัว
  • เริ่มการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เพียงแค่เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กินวิตามินไมเกรนหรือวิตามินแก้ปวดไมเกรนข้างขวา ตลอดจนดื่มเครื่องดื่มแก้ปวดหัว เช่น น้ำขิง น้ำใบบัวบก เป็นต้น
  • ปรับเวลาการนอนพักผ่อน โดยพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงและนอนหลับให้เป็นเวลา
  • ดื่มน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดภาวะการขาดน้ำในร่างกาย แม้จะฟังดูเป็นวิธีเบสิคง่าย ๆ แต่วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดหัวได้เป็นอย่างดี
  • ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น วิ่งเบา ๆ เดินเบา ๆ หรือโยคะแก้ปวดหัว
  • หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือการจ้องจอเป็นเวลานานมากเกินไป โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเสียงดัง มีแสงวูบวาบ หรือมีกลิ่นที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวข้างขวา
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และการสูบบุหรี่ เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวข้างขวาบ่อย ๆ อีกด้วย
  • เลือกอาบน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีและกล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ข้อสรุป

อาการปวดหัวด้านขวานั้นเกิดจากหลาย ๆ สาเหตุ ดังนั้นหากใครที่กำลังมีอาการดังที่กล่าวมาในข้างต้น อาจจะเริ่มปรับพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ของตนเอง เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวให้ดียิ่งขึ้น

แต่หากใครที่กำลังเผชิญกับอาการปวดหัวไมเกรนหรือปวดหัวข้างขวาจี๊ดๆ บ่อยครั้งมากขึ้น และต้องการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก BTX Migraine Center ศูนย์รักษาไมเกรนเฉพาะทาง สามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 เพื่อปรึกษา ตรวจไมเกรน และเข้ารักษาอย่างปลอดภัยได้เลย


เอกสารอ้างอิง

Ana Gotter and David Rossiaky. (2021). What Causes Headaches on the Right Side of Your Head?. Retrieve from  https://www.healthline.com/health/headache-right-side 

Jayne Leonard. (2022). What does a right-sided headache mean?. Retrieve from  https://www.medicalnewstoday.com/articles/321513