triptan

หลาย ๆ คนคงทราบมาแล้วว่าการทานยาไมเกรนบางชนิดนั้นสามารถช่วยรักษาอาการปวดหัวเรื้อรัง หรืออาการปวดหัวไมเกรนได้เป็นอย่างดี แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ายาแต่ละชนิดนั้นมีข้อควรระวังและวิธีการใช้ยาที่ต่างจากยาอื่น ๆ

เช่นเดียวกับยาทริปแทน (Triptan) ที่แม้ว่าเป็นยารักษาไมเกรนโดยเฉพาะ แต่ก็มีข้อควรระวัง วิธีการใช้ รูปแบบและชนิดยา ตลอดจนอาการข้างเคียงที่ควรทราบก่อนทานยาทริปแทน (Triptan) วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับยาชนิดนี้มากฝากกันค่ะ


รู้จักกลุ่มยาทริปแทน (Triptan)

ยาทริปแทนหรือ triptan คือ ยาแก้ปวดที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวรูปแบบต่าง ๆ เช่น ปวดหัวจากความเครียด ปวดหัวข้างเดียว และอาการปวดหัวไมเกรน โดยในไทยมีการนำยาชนิดนี้มาใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2533

โดยยากลุ่มทริปแทนนี้จะประกอบไปด้วยยาอีกหลายชนิดและมีชื่อทางการค้าที่ต่างกันออกไป ดังนี้

  • ซูมาทริปแทน (Sumatriptan) มีชื่อการค้าคือ Imitrex และ Imigran
  • ริซาทริปแทน (Rizatriptan) มีชื่อการค้าคือ Maxalt
  • ซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) มีชื่อการค้าคือ Zomig
  • นาราทริปแทน (Naratriptan) มีชื่อการค้าคือ Amerge
  • อีลิทริปแทน (Eletriptan) มีชื่อการค้าคือ Relpax 
  • อัลโมทริปแทน (Almotriptan) มีชื่อการค้าคือ Axert 
  • โฟรวาทริปแทน (Frovatriptan) มีชื่อการค้าคือ Flova
  • อะวิทริปแทน (Avitriptan) และโดนิทริปแทน (Donitriptan) ยังไม่มีการจัดจำหน่าย

ซึ่งยาไมเกรนแต่ละชนิดก็จะมีสรรพคุณและวิธีการใช้ต่างกันออกไป แต่หนึ่งในสรรพคุณที่มีร่วมกันคือ รักษาอาการปวดหัวจากไมเกรนนั่นเอง


กลไกการออกฤทธิ์ของยาทริปแทน (Triptan)

ยาทริปแทน

ตามปกติแล้วหากเกิดอาการปวดหัวหรือปวดบริเวณต่าง ๆ และร่างกายได้รับยาที่กระตุ้นการหลั่งสารซีโรโทนินออกมา จะช่วยให้อาการปวดเหล่านั้นบรรเทาลงได้ 

เช่นเดียวกับกลไกการออกฤทธิ์ของยาทริปแทน (Triptan)  ที่จะทำหน้าที่เป็น 5HT agonist (5 Hydroxytryptamine Agonist) หรือยากระตุ้นตัวรับ 5HT จับกับตัวรับยากระตุ้นที่มีชื่อว่า 5-HT Receptors ในสมอง เช่น 5-HT1B1 และ 5-HT1D 

โดยเมื่อยาทริปแทน ไปกระตุ้นตัวรับ 5-HT1B1 ส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณนอกโพรงกะโหลกและบริเวณสมองหดตัวลง และเมื่อไปกระตุ้นตัวรับ 5-HT1D จะยับยั้งการหลั่งสารประสาทนำความเจ็บปวดและการอักเสบ 

นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดที่เยื่อหุมสมอง และเข้าไปในการกระตุ้นเส้นประสาท ลดความรู้สึกปวดหัวคิ้ว ปวดหน้าผาก และปวดกระบอกตา จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อาการปวดหัวไมเกรนที่เป็นอยู่นั้นเบาลง


รูปแบบของยา Triptan มีอะไรบ้าง

รูปแบบของยาทริปแทน (Triptan) ในประเทศไทยมีหลายชนิด ดังนี้

  • ยาเม็ด : จะมีขนาดตั้งแต่ 2.5 – 100 มิลลิกรัม สามารถทานซ้ำได้ทุก ๆ 2 ชั่วโมง
  • ยาฉีด : ใช้สำหรับฉีดเข้าผิวหนังครั้งละ 4-6 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก ๆ 1 ชั่วโมง
  • ยาพ่นจมูก : จะมีลักษณะคล้ายสเปรย์ ใช้พ่นครั้งละ 5-20 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก ๆ 2 ชั่วโมง
  • แผ่นแปะ : ใช้แปะเพียง 1 แผ่น/1 ครั้ง โดยจะออกฤทธิ์นานถึง 4 ชั่วโมง

ทั้งนี้รูปแบบของยาทริปแทน (Triptan) ที่ใช้ นอกจากจะขึ้นอยู่กับความสะดวก ความเหมาะสมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระดับความรุนแรงของอาการเป็นสำคัญด้วย ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ยากลุ่มทริปแทน


ยากลุ่มทริปแทน มีอะไรบ้าง

triptan คือ

ดังที่กล่าวในข้างต้น ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) มีหลายชนิด ดังนี้

1. ยา Sumatriptan

ซูมาทริปแทน (Sumatriptan) มีชื่อการค้าคือ Imitrex และ Imigran มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดหัวและอาการไมเกรนอื่น ๆ เช่น เวียนหัว อาเจียน คลื่นไส้ การตอบสนองไวต่อสิ่งเร้า ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan) ชนิดนี้มีทั้งแบบยาเม็ดรับประทาน ยาฉีด ย่าพ่นจมูก โดยร่างกายจะดูดซึมยานี้เพียง 15% และขับออกในรูปแบบของอุจจาระและปัสสาวะ

2. ยา Naratriptan

นาราทริปแทน (Naratriptan) มีชื่อการค้าคือ Amerge เป็นยาที่ใช้รักษาอาการไมเกรนแบบฉับพลัน รวมถึงอาการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัวข้างขวาและปวดหัวข้างซ้าย ตลอดจนอาการปวดหัวท้ายทอย 

โดยมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดในสมองหดลง ทั้งนี้ยาชนิดนี้มีเพียงยาเม็ดรับประทาน โดยร่างกายจะดูดซึมยานี้ถึง 74% และขับออกในรูปแบบของปัสสาวะเท่านั้น

3. ยา Rizatriptan

ริซาทริปแทน (Rizatriptan) มีชื่อการค้าคือ Maxalt ใช้สำหรับรักษาอาการต่าง ๆ ทั้งอาการปวดหัว  คลื่นไส้ ไมเกรนขึ้นตา

ยาชนิดนี้มีเพียงยาเม็ดรับประทาน โดยร่างกายจะดูดซึมยานี้ประมาณ 45% และขับออกทั้งในรูปแบบของอุจจาระและปัสสาวะ

4. ยา Eletriptan

อีลิทริปแทน (Eletriptan) มีชื่อการค้าคือ Relpax เป็นยาชนิดเม็ด ใช้สำหรับรักษาไมเกรนและบรรเทาอาการร่วมต่าง ๆ โดยร่างกายจะดูดซึมยานี้ประมาณ 50% และขับออกทั้งในรูปแบบของอุจจาระและปัสสาวะ

5. ยา Zolmitriptan

ซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) มีชื่อการค้าคือ Zomig Zolmitriptan ยานี้มีทั้งรูปแบบของยาเม็ดและยาพ่นจมูก ใช้สำหรับรักษาอาการปวดหัวไมเกรน ตลอดจนอาการร่วม เช่น เวียนหัว ไวต่อสิ่งเร้า 

ทั้งนี้เมื่อทานยาดังกล่าวร่างกายจะดูดซึมยานี้ประมาณ 40% และขับออกทั้งในรูปแบบของอุจจาระและปัสสาวะเช่นเดียวกัน

6. ยา Almotriptan

อัลโมทริปแทน (Almotriptan) มีชื่อการค้าคือ Axert เป็นยาชนิดเม็ด มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดหัวไมเกรน และอาการของโรคไมเกรนอื่น ๆ เช่น เวียนหัว แพ้แสงและเสียง โดยร่างกายจะดูดซึมยานิดนี้สูงถึง 70% และขับออกในรูปแบบของปัสสาวะเท่านั้น

7. ยา Frovatriptan

โฟรวาทริปแทน (Frovatriptan) มีชื่อการค้าคือ Flova มาในรูปแบบของยาเม็ด รักษาอาการปวดหัว ปวดหัวเรื้อรัง ตลอดจนอาการอื่น ๆ ของโรคไมเกรน ทั้งนี้ร่างกายจะดูดซึมยาชนิดนี้เพียง 25-30% และจะถูกขับออกในรูปแบบของปัสสาวะ


ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยา Triptan

Sumatriptan

อย่างไรก็ตาม การทานยาแต่ละชนิดก็ควรศึกษาถึงข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพและฤทธิ์ของยา ตลอดจนป้องกันผลเสียที่ตามมา โดยยากลุ่มทริปแทน (Triptan) มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • ห้ามเริ่มใช้ยา หยุดใช้ยา หรือปรับปริมาณยาโดยเอง เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • หากมีภาวะความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง สามารถเพิ่มความเสี่ยง เบาหวาน คนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจ สูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน การใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้
  • หากต้องทำงาน ทำกิจกรรมใช้เครื่องจักร ตลอดจนขับรถ ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยากลุ่มทริปแทน (Triptan) ทำให้เกิดอาการวิงเวียนได้ ก่อนการผ่าตัด

แนะนำวิธีใช้ยา Triptan อย่างปลอดภัย

Zolmitriptan ยา

เนื่องจากยาในกลุ่มยากลุ่มทริปแทน (Triptan) มีหลากหลายชนิดและรูปแบบ ดังนั้นในการใช้ยาเพื่อรักษาอาการปวดหัวไมเกรนจึงควรใช้อยากถูกวิธี ดังนี้

  • เป็นยาที่ใช้รักษาเมื่อเกิดไมเกรนเฉียบพลัน

กล่าวคือ หากผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนท่านใดอยากจะรักษาไมเกรน สามารถใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) ในการบรรเทาอาการปวดหรือใช้รักษาได้ แต่หากต้องการจะป้องกันไว้ก่อน ห้ามใช้ยาชนิดนี้เด็ดขาด 

  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดให้ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) เป็นยาอันตราย ดังนั้นหากผู้ป่วยไมเกรนที่ต้องการจะทานยาชนิดนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรก่อนเสมอ 

  • ศึกษาวิธีและปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสม

เพื่อให้การทานยานั้นถูกต้อง ฤทธิ์ของยามีประสิทธิภาพและสามารถบรรเทาอาการปวดหัวได้อย่างเต็มที่ ควรศึกษาวิธีและปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสม ดังนี้

ปริมาณการใช้ยา Triptan ที่เหมาะสม

  • ยา Sumatriptan หรือซูมาทริปแทน 

ยาเม็ด : ควรทานครั้งละ 25-100 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน

ยาฉีด : ควรฉีดครั้งละ 4-6 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 1 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 12 มิลลิกรัม/วัน

ยาพ่น : ควรพ่นครั้งละ 5-20 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 12 มิลลิกรัม/วัน

แผ่นแปะ : แปะครั้งละ 1 แผ่น ออกฤทธิ์นานถึง 4 ชั่วโมง หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถแปะแผ่นที่ 2 ได้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง

  • ยา Naratriptan หรือนาราทริปแทน 

ควรทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 25 มิลลิกรัม/วัน

  • ยา Rizatriptan หรือริซาทริปแทน 

ควรทานครั้งละ 5-10 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 30 มิลลิกรัม/วัน

  • ยา Eletriptan หรืออีลิทริปแทน 

ควรทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 80 มิลลิกรัม/วัน

  • ยา Zolmitriptan หรือซอลมิทริปแทน

ยาเม็ด : ควรทานครั้งละ 2.5 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน

ยาพ่น : ควรพ่นครั้งละ 5 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง ใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 10  มิลลิกรัม/วัน

  • ยา Almotriptan หรืออัลโมทริปแทน 

ควรทานครั้งละ 6.25-12.5 มิลลิกรัม หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 25 มิลลิกรัม/วัน

  • ยา Frovatriptan หรือโฟรวาทริปแทน 

ควรทานครั้งละ 2.5 มิลลิกรัมหรือ 1 เม็ด หากอาการปวดหัวไม่บรรเทา สามารถใช้ซ้ำได้ทุก 4 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 3 เม็ด/วัน


สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์/เภสัชกรก่อนสั่งยา Triptan

โดยทั่วไปแล้ว การเข้ารักษาโรคต่าง ๆ ที่โรงพยาบาล คลินิก หรือศูนย์รักษาต่าง ๆ จะต้องแจ้งรายละเอียดและประวัติส่วนตัวของตนเองเสมอ

เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เข้ารับรักษาด้วยการทานยาไมเกรน โดยเฉพาะยากลุ่มทริปแทน (Triptan) ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรก่อน ดังนี้

  • สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรแจ้งก่อนเสมอ เนื่องจากยาหลาย ๆ ชนิด เมื่อทาเข้าไปแล้วจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้เช่นกัน
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งก่อนเสมอ เนื่องจากยาทริปแทน (Triptan) อาจจะกระตุ้นหรือเพิ่มความเสี่ยงของโรคเหล่านั้นได้
  • หากทานอาหารเสริมควรแจ้งก่อนเสมอ เนื่องจากยาอาจจะทำปฏิกิริยาต่อ และส่งผลข้างเคียงได้
  • หากมีประวัติการแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียงได้

ปฏิกริยาของยา Triptan กับยาตัวอื่น

นอกจากจะต้องคำนึงถึงวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง ปริมาณยาที่เหมาะสมกับตนเองและระดับอาการแล้ว ยังต้องคำนึงถึงยาตัวอื่น ๆ ที่ทานร่วมด้วย เนื่องจากอาจจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ได้ ดังนี้

  • ยากลุ่ม Ergotamine หรือกลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์ เพราะจะเพิ่มอัตราการหดตัวของเลือดจนกระทั่งเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
  • กลุ่มยาต้านซึมเศร้าประเภท SSRIs (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) า เนื่องจากจะก่อให้เกิดภาวะที่ร่างกายมีสารซีโรโทนินสูงเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการชัก ปวดหัวรุนแรง หัวใจเต้นรัว ความดันโลหิตสูง และถึงขั้นเสียชีวิตได้ได้
  • กลุ่มยาต้านซึมเศร้าประเภท MAIOs (Monoamine Oxidase Inhibitors) การใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) เว้น Naratriptan จะถูกกำจัดโดย Monoamine Oxidase หากร่างกายขาดเอนไซม์ตัวนี้ก็จะส่งผลประสิทธิภาพการทำงานของยาทริปแทนลดลง และส่งผลเสียต่อร่างกาย
  • การใช้ยา Propranolol ซึ่งเป็นยารักษาความดันโลหิตสูง ร่วมกับยาทริปแทน (Triptan) ชนิด Rizatriptan จะส่งผลให้ Rizatriptan สูงขึ้น และเกิดอันตรายได้
  • ยา Verapamil ซึ่งเป็นยากลุ่ม กลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) และ Ketoconazole ยารักษาการติดเชื้อราร่วมกับยาทริปแทน (Triptan) ชนิด Almotriptan จะส่งผลให้ Almotriptan เพิ่มขึ้นมากเกินไป และส่งผลข้างเคียงแทน

ใครที่ไม่ควรใช้ยาทริปแทน

ใครที่ไม่ควรใช้ยาทริปแทน

เนื่องจากยาทริปแทน (Triptan) มีผลข้างเคียงหลาย ๆ ประการ ดังนั้นผู้ป่วยบางท่านที่มีอาการปวดหัวไมเกรนหรือมีอาการปวดหัวเรื้อรังอาจจะต้องคำนึงถึงสาเหตุเหล่านี้ร่วมด้วย

  • สตรีที่ตั้งครรภ์หรือต้องให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจขาด 
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่สามารถควบคุมได้
  • ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มยาทริปแทน (Triptan)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่ม Sulfonamides หรือยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ
  • เด็กหรือผู้ที่อายุต่ำกว่า 18

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดจากยาทริปแทน

ทริปแทน

แม้ว่าการรักษาด้วยการทานยาทริปแทน (Triptan) จะมีประสิทธิภาพและเห็นผลดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ควรระวังถึงอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น ดังนี้

  • เวียนหัวและคลื่นไส้
  • ปากแห้ง 
  • รู้สึกหนักบริเวณใบหน้า แขน ขา และหน้าอก 
  • มึนงง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เจ็บและแน่นบริเวณลำคอ
  • ง่วงนอนและอ่อนเพลีย
  • หากใช้ยาในรูปแบบของการฉีดก็อาจจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังร่วมด้วย

แต่หากตนเองมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ ในระดับรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • บวมบริเวณใบหน้า ลิ้น และคอ
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง ความสามารถการทรงตัว การพูด และการมองเห็นลดลง
  • รู้สึกเย็นและชาบริเวณมือและเท้า 
  • รู้สึกเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง
  • คลื่นไส้ตลอดเวลาและมีเหงื่อออกมากผิดปกติ
  • หัวใจเต้นเร็ว เห็นภาพหลอน 
  • อาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง 
  • รู้สึกกระวนกระวายหรืออยู่ไม่สุข
  • มีไข้และหนาวสั่นอย่างหาสาเหตุไม่ได้
  • กล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรง

วิธีเก็บรักษายา Triptan

การเก็บรักษายาทริปแทน (Triptan) ควรเก็บในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส แต่ไม่ควรไม่เก็บยาในช่องแช่แข็ง หลีกเลี่ยงการเก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ โดยควรเก็บยาในสถานที่ที่มิดชิด พ้นแสงแดด ห่างจากความร้อนและความชื้น ทั้งนี้ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันความปลอดภัยอีกด้วย


ยาทริปแทน (Triptan) ราคาเท่าไหร่

ยาทริปแทนราคาแตกต่างกันออกไป โดยราคาที่เรารวบรวมมาให้นั้นเป็นราคา/ 1 เม็ด/ปริมาณมิลลิกรัมที่น้อยที่สุด มีรายละเอียดดังนี้

  • ซูมาทริปแทน (Sumatriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.41-13.10$ หรือ 125 – 480 บาท/1 เม็ด
  • นาราทริปแทน (Naratriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.98-19.24$ หรือ 73 – 705 บาท/1 เม็ด
  • ริซาทริปแทน (Rizatriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 6.43-14.81$ หรือ 236 – 543 บาท/1 เม็ด
  • อีลิทริปแทน (Eletriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.55-13.67$ หรือ 130.00 – 501 บาท/1 เม็ด
  • ซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 8.19-10.23$ หรือ 300 – 375 บาท/1 เม็ด
  • อัลโมทริปแทน (Almotriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 9.38- 18.10$ หรือ 344 – 663.10 บาท/1 เม็ด
  • โฟรวาทริปแทน (Frovatriptan) ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.48-21.25$ หรือ 165-770 บาท/1 เม็ด

อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องพิจารณาถึงลักษณะตัวยา ปริมาณยา ชนิดตัวยา คลินิกหรือโรงพยาบาลที่จัดจำหน่ายด้วยเช่นกัน


ทานยาไมเกรนแล้วไม่หาย รักษาอย่างไรได้บ้าง

ถึงแม้ว่าจะทานยาไมเกรนหลาย ๆ ชนิด เช่น ยา Ibuprofen ที่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดหัว, ยา Ergotamine ที่มีฤทธิ์ในการรักษาหรือบรรเทาไมเกรน หรือยากลุ่มทริปแทน (Triptan) แล้วแต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงอยู่ วันนี้เราก็มีวิธีการรักษาในรูปแบบอื่น ๆ มาฝาก ดังนี้

1. การบรรเทาอาการปวดไมเกรนเบื้องต้น

ยากลุ่มทริปแทน

  • การนวดแก้ปวดไมเกรน 

วิธีนวดแก้ปวดไมเกรนเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้น เพียงแค่นวดบริเวณขมับ ต้นคอ หรือช่วงไหล่ ก็จะลดอาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเลือด ซึ่งเป็นการบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้แบบง่าย ๆ

  • สมุนไพรรักษาไมเกรน

นับว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม สำหรับผู็ที่ชื่นชอบวิธีโดยธรรมชาติและไม่มีสารเคมีตกค้างในร่างกาย เพียงแค่เลือกทานสมุนไพรรักษาไมเกรน เช่น ว่านหางจระเข้ ขิง สะระแหน่ อาการปวดหัวไมเกรนก็จะลดลงแน่นอน

  • เลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรน

วิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ตลอดเวลาและเห็ผลในระยะยาวคือ การเลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรน และเลือกที่จะทานวิตามินไมเกรน เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 หรือทานแมกนีเซียม ไมเกรนก็จะลดลง รวมถึงได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

2. การรักษาไมเกรนโดยแพทย์

ยา Triptan

นอกจากการใช้ยาทริปแทน (Triptan) และใช้วิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้นแล้ว ยังมีวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่น่าสนใจและเห็นผลชัดเจน ดังนี้

  • การฉีดยาไมเกรน

เพียงแค่ฉีดยาไมเกรนตามกำหนดหรือตามที่แพทย์สั่ง 1 ครั้ง/เดือนก็เห็นผลอย่างชัดเจน โดยที่อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นไม่รุนแรง เรียกได้ว่านอกจากจะหมดกังวลเรื่องปวดหัวไมเกรนแล้วยังลดความเครียดจากอาการเจ็บป่วย และเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย

  • การฝังเข็มไมเกรน

แม้จะฟังดูน่ากลัวและเจ็บกว่าวิธีอื่น ๆ แต่วิธีฝังเข็มไมเกรนนี้เป็นวิธีทางธรรมชาติที่จะไม่ทิ้งสารเคมีไว้ในร่างกาย ปลอดภัย และเห็นผลภายใน 8-10 ครั้ง 

  • การฉีดโบท็อกไมเกรน

เป็นวิธีการรักษาไมเกรนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง เห็นผลลัพธ์ภายในระยะเวลาอันสั้นหลังจากเข้ารับการรักษา 

ในขณะเดียวกันผลลัพธ์นั้นก็จะยังคงอยู่เป็นระยะเวลานาน กล่าวคือ หลังจากฉีดโบท็อกไมเกรน 3-5 วัน อาการปวดหัวก็จะบรรเทาลง โดยที่ประสิทธิภาพในการลดอาการปวดหัวนั้นจะคงอยู่นานถึง 3-4 เดือน

หลักการคือ ฉีดโบท็อกหรือฉีดสาร Botulinum toxin ชนิด A ก็จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดความผ่อนคลาย ยับยั้งอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดหัวจากความเครียด ในขณะเดียวกันก็ลดระดับความรุนแรงของการปวดไมเกรนได้อีกด้วย


ปรึกษาการใช้ยารักษาไมเกรนกับผู้เชี่ยวชาญ

จากที่กล่าวมาในข้างต้นจะเห็นได้ว่าการทานยากลุ่มทริปแทน (Triptan) นั้นมีผลข้างเคียงและมีข้อควรระวังหลายประการ ดังนั้น ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

รักษาไมเกรนอย่างปลอดภัย ปรึกษา BTX Migraine Center

ยาทริปแทนราคา

ทั้งนี้ หากไม่รู้จะรักษาไมเกรนที่ไหนดีหรือหากยังไม่รู้จะปรึกษาแพทย์ที่ใด  สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ที่ BTX Migraine Center ศูนย์รักษาไมเกรนเฉพาะทางที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ให้การบริการครอบคลุมทุกรูปแบบ โดยสามารถปรึกษาถึงการทานยาไมเกรนอย่างยาทริปแทน (Triptan)  การรักษาทางการแพทย์อย่างโบท็อกไมเกรน ตลอดจนการตรวจไมเกรนก็ได้เช่นกัน


ข้อสรุป

การรักษาด้วยการทานยาทริปแทน (Triptan) นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวไมเกรน และปวดหัวในรูปแบบอื่น ๆ แต่ทั้งนี้อาจจะต้องพิจารณาถึงข้อควรระวังในการใช้ ผลข้างเคียง ปัจจัยอื่น ๆ และจะต้องเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนด้วย

หากผู้ป่วยท่านใดที่ต้องการจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเกี่ยวกับการใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) การรักษาด้วยวิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้นแล้ว การรักษาทางการแพทย์ หรือต้องการเข้าตรวจไมเกรนอย่างปลอดภัย สามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 เพื่อปรึกษา เข้าตรวจ ตลอดจนนัดวันรักษากับ BTX Migraine Center ศูนย์รักษาไมเกรนเฉพาะทางได้ทันที


เอกสารอ้างอิง

Acute Migraine Headache: Treatment Strategies.Am Fam Physician

. 2018 Feb 15;97(4):243-251.Acute Migraine Headache: Treatment Strategies – PubMed (nih.gov)

Pharmacy Checker. (n.d.) Triptan. https://www.pharmacychecker.com/drug-prices/search/?q=Triptan#! .

Treatment of acute migraine headache.Benjamin Gilmore Treatment of acute migraine headache – PubMed (nih.gov)