ออฟฟิศซินโดรมอาการเป็นอย่างไร รักษาหายไหม กี่วันหาย

ในยุคที่คนเราต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง หรือจ้องหน้าจอมือถือแทบจะตลอดเวลา อาการปวดเมื่อยล้าสะสมมักจะเริ่มมาเยือน จนหลายคนตั้งคำถามว่าอาการปวดเหล่านี้คือสัญญาณของโรคออฟฟิศซินโดรมหรือไม่ แล้วออฟฟิศซินโดรมคืออะไรกันแน่ มีอาการอย่างไร รุนแรงแค่ไหน รักษาหายขาดได้ไหม และต้องใช้เวลากี่วันถึงจะดีขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปหาคำตอบอย่างละเอียด พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

สารบัญบทความ

ทำความรู้จัก ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร?

เริ่มต้นด้วยคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ออฟฟิศซินโดรม คือโรคอะไร มันไม่ใช่โรคติดต่อหรือโรคร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อโรค แต่เป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและระบบโครงสร้างกระดูกที่เกิดขึ้นจากการทำงาน โดยคำว่าออฟฟิศซินโดรม ภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า Office Syndrome

ภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะสูงเกินไป เก้าอี้ไม่มีพนักพิงหลัง หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ระดับสายตา ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงเครียดสะสมจนกลายเป็นออฟฟิศซินโดรมกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง

ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากอะไร? สาเหตุที่แท้จริงที่คุณอาจไม่รู้

หากถามว่า ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากอะไรกันแน่ สามารถสรุปได้จากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

  1. พฤติกรรมการทำงานที่ไม่เหมาะสม: การนั่งหลังค่อม ก้มหน้ามองจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ นั่งไขว่ห้าง หรือการพิมพ์งานต่อเนื่องโดยไม่พักสายตาและไม่เปลี่ยนอิริยาบถนานหลายชั่วโมง
  2. สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่ถูกสุขลักษณะ: เก้าอี้ทำงานไม่มีระบบซัพพอร์ตหลัง โต๊ะทำงานสูงหรือต่ำเกินไปทำให้ต้องยกไหล่หรือก้มตัวตลอดเวลา แสงสว่างไม่เพียงพอทำให้ต้องเพ่งมอง
  3. ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ: ความเครียดจากการทำงานส่งผลให้กล้ามเนื้อหดตัวโดยไม่รู้ตัว และการนอนหลับที่ไม่สนิททำให้ร่างกายไม่มีเวลาซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่อ่อนล้า
  4. สภาพร่างกายที่ขาดการออกกำลังกาย: กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรง ทำให้ร่างกายไม่สามารถรองรับแรงกดทับจากการนั่งนาน ๆ ได้ดีเท่าที่ควร

เช็กสัญญาณเตือน ออฟฟิศซินโดรมอาการเป็นอย่างไร?

คุณกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่หรือไม่? ลองมาเช็กสัญญาณเตือนของออฟฟิศซินโดรมอาการเด่น ๆ ที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้

  • อาการปวดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด: มักมีอาการออฟฟิศซินโดรม คอ บ่า ไหล่ ปวดสะบัก หลังส่วนบน หรือหลังส่วนล่าง โดยมีลักษณะปวดตื้อ ๆ ปวดเสียว หรือรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อตึงยึดตลอดเวลา
  • อาการปวดร้าว (Referred Pain): เมื่อกดลงไปบริเวณกล้ามเนื้อที่ปวดกดยืนยัน (Trigger Point) จะมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณใกล้เคียง เช่น ปวดจากบ่าร้าวขึ้นไปที่ขมับ ตา หรือร้าวลงไปที่แขนและมือ
  • อาการชาหรืออ่อนแรง: ในรายที่มีอาการรุนแรง กล้ามเนื้อที่ตึงตัวมาก ๆ อาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้รู้สึกชาที่ปลายนิ้วมือ มือไร้เรี่ยวแรง หรือมีอาการนิ้วล็อก
  • อาการทางตาและระบบประสาท: ตาพร่ามัว ตาแห้ง ปวดกระบอกตา และมีอาการปวดหัวตื้อ ๆ คล้ายไมเกรน ซึ่งเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและต้นคอที่ลามขึ้นไปถึงศีรษะ

ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายไหม? และกี่วันหาย?

คำถามยอดฮิตสำหรับผู้ป่วยคือ ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายไหม คำตอบคือ “รักษาหายได้” แต่ต้องขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปกับการรักษาที่ถูกวิธี เพราะหากรักษาจนหายดีแล้ว แต่ยังกลับไปนั่งทำงานท่าเดิม ๆ ไม่ยอมขยับร่างกาย อาการปวดก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

แล้วถามว่า ออฟฟิศซินโดรมกี่วันหาย ระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

  • ระยะเริ่มต้น (Acute): มีอาการปวดเมื่อยชั่วคราวหลังเสร็จงาน หากได้พักผ่อน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือนวดผ่อนคลาย อาการมักจะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
  • ระยะเรื้อรัง (Chronic): มีอาการปวดต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน กล้ามเนื้อเริ่มแข็งเป็นก้อน การรักษาอาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ ไปจนถึงหลายเดือน โดยต้องอาศัยการรักษาแบบผสมผสาน

แนวทางการดูแลตัวเองและการป้องกัน

ก่อนที่จะต้องไปพึ่งพาออฟฟิศซินโดรมคลินิก การป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุคือสิ่งที่ดีที่สุด โดยมีแนวทางปฏิบัติทาง การป้องกัน ดังนี้

  1. ปรับสรีระและโต๊ะทำงาน (Ergonomics): ปรับเก้าอี้ให้เท้าหน้าวางราบกับพื้น หัวเข่าตั้งฉาก 90 องศา หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตาพอดี ไม่ต้องก้มหรือเงยหน้า
  2. เปลี่ยนอิริยาบถทุกชั่วโมง: ตั้งนาฬิกาเตือนลุกขึ้นยืน เดิน หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุก ๆ 50-60 นาที เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
  3. ออฟฟิศซินโดรม ออกกําลังกายช่วยได้: เน้นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการว่ายน้ำ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้แข็งแรง

ออฟฟิศซินโดรมการรักษาในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?

หากอาการเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การมองหาตัวช่วยในการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมหรือแก้โรคออฟฟิศซินโดรมถือเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งในปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายวิธี เช่น

  • ออฟฟิศซินโดรมกายภาพบำบัด: การทำกายภาพบําบัดโดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) การกระตุ้นไฟฟ้า หรือเครื่องช็อกเวฟ (Shockwave Therapy) เพื่อช่วยลดการอักเสบและคลายก้อนกล้ามเนื้อที่ยึดเกร็ง
  • การทานยาและการทำหัตถการ: ในกรณีปวดเฉียบพลัน แพทย์อาจแนะนำให้ทานยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงวิธีออฟฟิศซินโดรมฉีดยาสลายจุดปวด (Trigger Point Injection)

นวัตกรรมทางเลือกใหม่ รักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการฉีดโบท็อกซ์ คอ บ่า ไหล่

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง พยายามทำกายภาพบำบัดหรือทานยาแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือปวดจนร้าวขึ้นหัวกลายเป็นไมเกรน ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงและเห็นผลไว คือวิธีออฟฟิศซินโดรม ฉีดโบท็อกซ์บริเวณ คอ บ่า ไหล่

การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) จะเข้าไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวอย่างรุนแรงให้ผ่อนคลายลง ลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังระบบประสาท ทำให้ลดอาการปวดออฟฟิศซินโดรม คอ บ่า ไหล่ ได้อย่างตรงจุด ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวดร้าวอีกต่อไป

หากคุณกำลังมองหาออฟฟิศซินโดรมคลินิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขอแนะนำให้เข้ารับการตรวจรักษาที่ BTX Migraine Center คลินิกเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน และโรคออฟฟิศซินโดรมโดยตรง ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อและออกแบบการฉีดโบท็อกซ์อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

หยุดทรมานกับอาการปวดเรื้อรัง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการรักษาและรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ BTX Migraine Center เพื่อเริ่มต้นดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อของคุณให้กลับมาแข็งแรงและไร้ความปวดอย่างยั่งยืน

แอดไลน์