โบท็อกออฟฟิศซินโดรม

คุณกำลังเผชิญกับอาการ ตึงบ่า ปวดคอ ปวดหัวไมเกรน หรือไหล่แข็งเป็นก้อนอยู่หรือไม่ แนะนำการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ทางเลือกด้านการรักษาอาการยอดฮิตของคนวัยทำงานที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

การฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมช่วยรักษาและบรรเทาอาการต่างๆ ของออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลจริง อยู่ได้นาน สามารถลดอาการและรักษาได้ในระยะยาวผ่านโบท็อกหรือ Botulinum Toxin A แนวทางการรักษาที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการเสริมความงาม การลดริ้วรอยและกระชับใบหน้า แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาออฟฟิศซินโดรม ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

รู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ถูกพูดถึงกันอย่างมากสำหรับการรักษาโรคที่เห็นผลได้จริงและผลลัพธ์ที่คงอยู่ในระยะยาว แต่ก่อนที่เราจะทำความรู้จักอย่างละเอียด เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องเกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้ว การรักษาออฟฟิศซินโดรมคืออะไรกันแน่

ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ไม่ใช่แค่เพียงอาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่ถ้าหากปล่อยไว้ในระยะยาวอาจจะเกิดผลเสียที่รุนแรงต่อร่างกายและสุขภาพได้

อาการของออฟฟิศซินโดรม ก็จะมีอยู่หลายแบบ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง, ปวดหลัง, ปวดหัวเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน และ เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ

โดยออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด เป็นกลุ่มอาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อส่วนเดิม ได้มีการเกร็งตัวหรือทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ซึ่งการทำงานที่ติดต่อกันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ และยาวขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นอาการที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และปวดเมื่อยตามบริเวณต่างๆ เช่น ข้อมือ หัว คอ หลัง แขน หรือ บ่า เป็นต้น

ซึ่งอาการปวดเมื่อยดังกล่าวจะเกิดขึ้นจนกลายเป็นอาการปวดแบบเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวัน และมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกระดูกทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเคลื่อน โรคกระดูก และอื่นๆ

สำหรับสาเหตุ สามารถเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงาน ดังต่อไปนี้

  • การทำงานติดต่อกันด้วยท่าทางซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ท่านั่ง ท่ายืน เป็นต้น
  • การจัดสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่สูงมากจนเกินไป การจัดวางเก้าอี้ที่ต่ำมากกว่าโต๊ะทำงานมากจนเกิน เป็นต้น
  • การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การนอนดึกหรือนอนไม่สนิท นอนไม่เต็มอิ่ม
  • รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ และรับประทานอาหารไม่ตรงต่อเวลา
  • ความเครียดจากการทำงาน ความตึงเครียด วิตกกังวล

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

ในปัจจุบันวิธีแก้ออฟฟิศซินโดรมมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งจากการรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง การรักษาด้วยตัวเอง และการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการรักษาผ่านแพทย์ทางเลือก ได้แก่

  1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและใช้ชีวิต ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม การเปลี่ยนท่าทางในการทำงาน ท่านั่ง ท่ายืน รวมถึงการเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ สำหรับการทำงานและดำเนินชีวิต
  2. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 – 5 วัน หรือ ออกกำลังกายแบบเบาๆ อย่างน้อย 15 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ ลดความตึงเครียดและคลายความกล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
  3. ทำจิตใจให้แจ่มใส ลดความตึงเครียด ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี
  4. ทานยารักษาออฟฟิศซินโดรม ยาคลายกล้ามเนื้อออฟฟิศซินโดรม โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การทานยาที่สั่งโดยตรงจากการเข้าพบแพทย์ และ การทานยาที่เลือกซื้อเอง แต่ก็ควรที่จะอยู่ในการดูแลและคำแนะนำจากเภสัชกร ซึ่งยาที่สามารถพบได้บ่อยในการทานเพื่อรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม เช่น กลุ่มยาต้านอักเสบและยาแก้ปวด และ กลุ่มยาแก้ปวดที่ไม่ฤทธิ์ในการต้านอักเสบ เป็นต้น
  5. การฝังเข็ม เป็นการรักษาทางแพทย์แผนจีน ที่จะนำเข็มแทงไปที่จุดต่างๆ ของร่างกาย เพื่อที่จะรับปรับสมดุลให้ร่างกายและฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
  6. การนวดแผนไทย เป็นทางเลือกด้านการรักษาที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน โดยจะเป็นการกดจุดต่างๆ นวดบริเวณที่ปวดเมื่อยตามศาสตร์แผนไทยเพื่อรักษา
  7. ทำกายภาพบำบัด เป็นการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถปรับโครงสร้างได้อย่างสมบูรณ์ เพิ่มความยืดหยุ่น สร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อ แต่ควรที่จะพบแพทย์เฉพาะทางสำหรับการรักษาที่ถูกต้อง
  8. โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เป็นทางเลือกด้านการรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เป็นการฉีดสาร Botulinum Toxin A หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ โบท็อก เข้าที่บริเวณกล้ามเนื้อของผู้รักษาเพื่อที่จะรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อจุดต่างๆ ซึ่งโบท็อกจะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดตึง อาการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อที่ตึงให้เกิดความผ่อนคลายและลดอาการได้อย่างรวดเร็ว สามารถเห็นผลได้จริงและทันทีหลังจากเข้ารับการฉีด อีกทั้งยังเป็นทางเลือกด้านการรักษาที่มีผลข้างเคียงน้อยอีกด้วย

5 อาการยอดฮิต ชาวออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่ปวดบริเวณกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด มีอาการปวดเรื้อรัง ปวดรุนแรง อาการชาและอักเสบ

มักจะพบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงานที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ทำงานอยู่หน้าจอ นั่งทำงานในสำนักงานหรือใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ รวมถึงบุคคลที่ต้องอยู่ในท่าทางเดิมๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

แล้วจะสังเกตอาการก่อน รักษาออฟฟิศซินโดรม อย่างไร เราไปดู 5 อาการยอดฮิตที่สามารถพบได้บ่อยกัน

อาการออฟฟิศซินโดรม

5 อาการยอดฮิต ออฟฟิศซินโดรม

1. อาการนิ้วล็อค

อาการนิ้วล็อค พบได้บ่อยอย่างมากทั้งในกลุ่มคนทำงานหน้าจอ กลุ่มคนทำงานแม่บ้านและอื่นๆ ที่เกิดจากการออกแรงที่บริเวณนิ้วต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานและถี่มากจนเกินไป ที่ส่งผลให้เกิดการเสียดจนกลายเป็นอาการอักเสบที่บริเวณปลอดหุ้มเอ็นและนิ้วมือนั่นเอง

2. ปวดกล้ามเนื้อ

ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตึงคอบ่าไหล่ เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาในกลุ่มชาวออฟฟิศซินโดรม ที่จะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามตามจุดต่างๆ ที่เกิดอาการรุนแรง อาการเรื้อรังและส่งกระทบต่อการดำเนินชีวิต สำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อยมีอยู่หลายจุด เช่น อาการปวดหลัง ไหล่แข็ง ที่เรียกได้ว่าเป็นอาการยอดฮิตของคนทำงานเลยทีเดียว

3. เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ

เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ มีอาการเอ็นกล้ามเนื้อบวม เจ็บ โดยมักจะเป็นที่จุดข้อมือ, เข่า และ หัวไหล่ เป็นต้น โดยเกิดจากการกระแทกบริเวณเอ็นกล้ามเนื้อ การใช้งานที่ต่อเนื่องและรุนแรงมากจนเกินไป รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุก็ส่งผลให้เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบได้เช่นเดียวกัน

4. อาการทางตา

อาการทางตา ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่แค่เพียงแสดงอาการทางกล้ามเนื้อแต่ยังรวมไปถึงอาการทางตา ได้แก่ อาการตาแห้ง ที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมน้ำตา ซึ่งมีสาเหตุจากการอยู่หน้าจอโทรศัพท์มือมากจนเกินไปหรือจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป

นอกจากนี้ยังมีอาการปวดตา อันเนื่องมาตากการใช้สายตาที่มากจนเกินไปจนไม่ได้พักสายตา และยังส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังตามมาอีกด้วย

5. ปวดหัวเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม ที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณบ่าได้ลุกลามขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือดไม่สามารถที่จะไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนตัวได้

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ฉีดโบท็อก รักษาออฟฟิศซินโดรม

ฉีดโบท็อกช่วยรักษาออฟฟิศซินโดรม

เมื่อพูดถึงการรักษาด้วยการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม หลายๆ คนอาจจะสงสัยไม่น้อย เพราะปกติแล้วเรารู้จักโบท็อกกันในลักษณะของการเสริมความงาม การฉีดเพื่อลดปัญหาริ้วรอย กระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้มีความเรียวสวย

แต่แท้จริงแล้วโบท็อกสามารถที่จะนำมาใช้ในการรักษาออฟฟิศซินโดรมได้เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาอย่างอื่นที่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์สากล ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2010 รวมถึงในประเทศไทยก็ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทยเช่นเดียวกัน

โบท็อก เป็นตัวช่วยที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงเรื่องความงาม แต่ยังสามารถที่จะรักษาอาการกลุ่มออฟฟิศซินโดรม โบท็อกไมเกรน คลายและลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ การฉีดโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรม จะสามารถเข้าไปช่วยกล้ามเนื้อเกิดอาการคลายตัว มีความยืดหยุ่น คงผลลัพธ์ได้นานและสามารถที่จะรักษาได้จริง เห็นผลได้เร็ว

นอกจากนี้ รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว คุณสมบัติเริ่มแรกของโบท็อก ถูกนำมาใช้เป็นยาสำหรับการรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ รักษาไมเกรน หรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อต่างๆ ก่อนที่จะถูกนำมาพัฒนาให้ใช้ในวงการเสริมความงามและผิวหนัง

โบท็อกคืออะไร?

โบท็อกไหล่แข็ง

โบท็อก คืออะไร ทำไมถึงมีการพูดถึงอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดย โบท็อก หรือ Botulinum toxin ชนิด A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจาก Clostridium botulinum แบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะ

โดยโบท็อกจะมีคุณสมบัติในการช่วยคลายกล้ามเนื้อที่มีการหดตัว ซึ่งได้ถูกนำมาใช้เริ่มแรกในการรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อคอหรือกล้ามเนื้อตาที่กระตุก รวมถึงอาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เช่น อาการปวดหัวไมเกรน อาการกล้ามเนื้ออักเสบ ตาเขหรือตาเหล่

ซึ่งมีการใช้กันอย่างยาวนานในวงการแพทย์นานกว่า 30 ปี ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2010

หลักการทำงานของโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรม

แล้วโบท็อกออฟฟิศซินโดรม มีกระบวนการทำงานอย่างไร ทำไมถึงสามารถแก้ไขเรื่องของอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

สำหรับหลักการทำงานของโบท็อก จะเป็นการดึงจุดเด่นของสารดังกล่าวขึ้นมาใช้ นั่นคือ คุณสมบัติในการช่วยคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งโบท็อกจะเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อบริเวณกล้ามเนื้อมากที่สุด กล่าวได้ว่า การรักษาด้วยโบท็อกจะเป็นการรักษาออฟฟิศซินโดรมได้อย่างตอบโจทย์ ตรงจุดบริเวณกล้ามเนื้อและแก้ปัญหาเรื่องการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี

โดยหลังจากที่แพทย์ได้ฉีดโบท็อกเข้าไปยังบริเวณกล้ามเนื้อหรือจุดที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม โบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรม จะเข้าไปทำงานด้วยการทำให้กล้ามเนื้อจุดดังกล่าวมีการหดเกร็งเกิดขึ้น กล้ามเนื้อจะเกิดการแข็งและอ่อนแรง พร้อมทั้งขยับลงได้น้อยลงเป็นระยะเวลาชั่วคราว

หลังจากนั้นก็จะเริ่มคลายตัว เมื่อผ่านไปสักระยะกล้ามเนื้อจะมีความนิ่มและลดลีบลงนั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับโรคออฟฟิศซินโดรมที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อมัดเดิมหรือกล้ามเนื้อบริเวณเดิมๆ ได้ถูกใช้งานติดต่อกันเป็นระยะนาน

ซึ่งฤทธิ์ของโบท็อกไหล่ จะสามารถเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อพร้อมช่วยให้กล้ามเนื้อมีขนาดลดน้อยลง นั่นหมายถึงอาการที่บรรเทาลงของออฟฟิศซินโดรมและการรักษาที่สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือนนั่นเอง

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมเหมาะกับใคร

เมื่อได้เห็นถึงคุณสมบัติของโบท็อกออฟฟิศซินโดรม เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ด้านการรักษาได้เป็นอย่างดี แล้วการฉีดโบท็อกเพื่อรักษาออฟฟิศซินโดรม เหมาะกับใครบ้าง ต้องมีอาการอยู่ในระดับไหนจึงจะสามารถเข้ารับการฉีดรักษาได้ เราได้สรุปมาเพื่อเป็นแนวทางให้แก่คุณ

รักษาออฟฟิศซินโดรม

  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องอาการปวดเมื่อย ตั้งแต่ในระดับปวดเมื่อยทั่วไปจนถึงปวดเมื่อยในภาวะออฟฟิศซินโดรมและออฟฟิศซินโดรมอาการหนัก โดยปวดที่บริเวณบ่า ไหล่ หลังหรือต้นคอ
  • ผู้ที่อาการปวดเมื่อยและไม่สามารถที่จะรักษาหรือบรรเทาอาการด้วยการทายาหรือทานยาสำหรับแก้ปวดและอักเสบได้
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม อย่างตรงจุดและจริงจังมากที่สุด
  • ผู้ที่เส้นประสาทถูกดทับจากการประสบอุบัติเหตุ
  • ผู้ที่เส้นประสาทถูกกดทับจากท่าทางในการทำงานและเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะออฟฟิศซินโดรม จนไม่สามารถดำเนินชีวิตหรือทำงานได้ตามปกติ
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างให้มีความสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงลำคอ ไหล่หรือบ่า ช่วงส่วนบนของร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการปรับบุคลิกภาพ ให้มีความมั่นใจด้านรูปร่าง การเคลื่อนไหว การฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมจะช่วยคลายกล้ามเนื้อให้สามารถยืดตัวและเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น

ใครที่ไม่ควรฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียดของบุคคลที่เหมาะสำหรับการฉี โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เพื่อการรักษาที่ตรงจุด หนึ่งในสิ่งที่คุณจะต้องเช็คให้ละเอียดก็คือผู้ที่ไม่ควรฉีดโบท็อกสำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรม ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง
  • ผู้ที่มีปัญหาแพ้สาร Botulinum Toxin
  • ผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินระบบหายใจ
  • ผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก

ดังนั้น ก่อนการเข้ารับการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการฉีดโบท็อก แนะนำให้คุณสอบถามและปรึกษารายละเอียดต่างๆ กับแพทย์ แจ้งโรคประจำตัวและอาการที่มีความเสี่ยงให้ครบถ้วนก่อนการฉีดทุกครั้ง

ข้อดี – ข้อจำกัดของโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ถึงแม้ว่าโบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะถูกแนะนำอย่างแพร่หลายและยกให้เป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่สามารถเห็นได้จริงมากที่สุดวิธีหนึ่ง แต่การตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวก็อาจจะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก จำเป็นจะต้องพิจารณาอย่างละเอียดและครบถ้วนก่อนการรักษา

ดังนั้น เราจึงได้รวมข้อดีและข้อจำกัดของ โบท็อกสำหรับรักษาออฟฟิศซินโดรม มาแนะนำเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจให้แก่คุณว่า โบท็อกมีข้อดีอย่างไรและการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดแบบไหนบ้าง

ข้อดีของโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ข้อดีโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เป็นทางเลือกด้านการรักษาภาวะออฟฟิศซินโดรมที่ได้รับการแนะนำเป็นอันดับต้นๆ มากไปด้วยประโยชน์และสามารถตอบโจทย์ผู้รักษาได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เราไปดูข้อดีของการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการฉีดโบท็อกกัน

  • สามารถช่วยลดอาการปวดเมื่อย แก้ไขอาการปวดบ่า อาการไหล่ตึงหรือไหล่แข็ง คลายกล้ามเนื้อจากภาวะออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างดี
  • โบท็อกออฟฟิศซินโดรมได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาและสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2010 และเป็นแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างมายาวนานกว่า 30 ปี และยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน
  • ไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาแบบไม่ต้องพักฟื้นและผ่าตัด
  • สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากที่เข้ารับการฉีด และจะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1 สัปดาห์
  • เป็นทางเลือกในการรักษาที่ง่าย ไม่ต้องพักฟื้น คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ทันทีหลังจากเข้ารับการฉีด
  • สามารถช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดูดี มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
  • สามารถช่วยลดขนาดของบ่าหรือช่วงไหล่ให้ความเรียว ดูมีขนาดที่เล็กลง สวมใส่เสื้อเปิดไหล่ได้อย่างมั่นใจ ดูสวยมากยิ่งขึ้น
  • ผลลัพธ์ในการฉีดโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรม แค่เพียง 1 ครั้ง สามารถอยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน
  • ขั้นตอนในการรักษาด้วยการฉีดโบท็อกรวดเร็ว โดยใช้เวลาแค่เพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการปวดเมื่อยร่างกายและภาวะออฟฟิศซินโดรมอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

ข้อจำกัดของโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ถึงแม้ว่าโบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะมีข้อดีอยู่มาก แต่ก็มีข้อจำกัดหรือควรระมัดระวังอยู่เช่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียดของข้อจำกัดที่คุณควรรู้ก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อประกอบการตัดสินใจและเป็นแนวทางศึกษา

การฉีดโบท็อกเพื่อรักษาออฟฟิศซินโดรม ไม่ควรที่จะฉีดบ่อยมากจนเกินไป ควรเว้นระยะในการฉีด 3 – 6 เดือน เนื่องจากการฉีดโบท็อกที่ติดต่อกันมากจนเกินไป อาจจะส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษาเกิดภาวะดื้อโบท็อกจนทำให้การรักษาต้องหยุดชะงักได้

โบท็อกออฟฟิศซินโดรมอันตรายไหม

เป็นคำถามที่พบได้บ่อยว่าโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ฉีดแล้วอันตรายหรือไม่ ทำไมถึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและถูกบอกต่อกันอย่างมากในกลุ่มผู้ที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรม

ซึ่งต้องบอกเลยว่าการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยโบท็อกนั้นได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยตั้งแต่ในปี 2010

อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในแวดวงการแพทย์มามากกว่า 30 ปี ถึงประสิทธิภาพในการรักษาออฟฟิศซินโดรมและไมเกรนด้วยการใช้โบท็อกที่สามารถเห็นผลได้จริงและมีผลข้างเคียงที่น้อย

อย่างไรก็ตาม อันตรายของการรักษาจะขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่คุณเลือกด้วยเช่นกัน ว่ามีโบท็อกที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานหรือไม่

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

หนึ่งในจุดเด่นของการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม คือคุณจะได้พบกับขั้นตอนการรักษาที่ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องพักฟื้น สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมและใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังจากรักษา

ซึ่งการเรียนรู้ขั้นตอนของการฉีดจะช่วยให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งขั้นตอนการรักษา มีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

  1. คุณเข้าพบกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและวินิจฉัย รักษาออฟฟิศซินโดรม ทางแพทย์จะทำการประเมินจุดที่ต้องทำการฉีด รวมถึงการแก้ไขอาการเฉพาะจุดต่างๆ
  2. เมื่อแพทย์วินิจฉัยและประเมินปัญหาเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการฉีดโบท็อกไปยังจุดต่างๆ โดยเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์และจุดที่ต้องการฉีดให้เรียบร้อย
  3. แพทย์ทำการฉีดโบท็อกไปยังจุดที่ต้องการแก้ไขปัญหาออฟฟิศซินโดรม ให้แก่คนไข้
  4. หลังจากฉีดเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเห็นผลได้ทันที โดยทางผู้ป่วยไม่ต้องพักฟื้นหรือนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

การดูแลหลังฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ถึงแม้ว่าโบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะเป็นการรักษาที่ง่าย รวดเร็ว เห็นผลได้เร็วและไม่ต้องพักฟื้น แต่การเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองหลังจากฉีดก็จะเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งปกติแล้วหลังจากฉีดโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรม คุณสามารถทำกิจวัตรประจำวัน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แต่มีแต่วิธีการดูแลตัวเองที่ควรรู้ ดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ถ้าหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น โปรดแจ้งแพทย์ทันที
  • แนะนำให้ผู้รักษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตและการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาเกี่ยวกับ ออฟฟิศซินโดรม เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี, การจัดตำแหน่งของโต๊ะทำงานและอุปกรณ์ให้เหมาะสม และ การหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นต้น

หลังฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมเมื่อไหร่เห็นผล

ผลลัพธ์ของการรักษาเป็นสิ่งที่หลายคนสงสัยว่าการฉีด โบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะเห็นผลเมื่อไหร่ ซึ่งคำตอบก็คือ คุณสามารถเห็นผลลัพธ์หลังการฉีดโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรมทันที โดยผู้ป่วยจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายและกล้ามเนื้อตั้งแต่หลังจากการฉีด

ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ตึง มีความสบายตัวยิ่งกว่าเดิม อาการปวดเมื่อยต่างๆ จะลดน้อยลงและระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยหลังจากเห็นผลทันทีหลังจากฉีด ฤทธิ์ก็จะเริ่มเห็นผลขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มที่ภายใน 7 – 14 วัน

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม Vs การนวดแก้ปวด

นอกจากการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ในปัจจุบันการรักษามีหลายแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็คือ การนวดแก้ปวดออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะทางที่จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดสำหรับการกดจุดหรือนวดเฉพาะจุดเพื่อคลายอาการปวด

ซึ่งทั้งสองวิธีจะมีความแตกต่างกันทั้งในอุปกรณ์ที่ใช้และกระบวนการทำ อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อก รักษาออฟฟิศซินโดรม จะสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากที่ฉีด โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาแค่เพียง 1 ชั่วโมงและสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังจากการเข้ารับการรักษา

วิธีแก้ออฟฟิศซินโดรม

การฉีดโบท็อกเพื่อรักษาออฟฟิศซินโดรมจะสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วและมีความเสถียรสูงจากผลลัพธ์ที่ได้รับที่คงอยู่ได้นานถึง 4 – 6 เดือน แตกต่างจากการนวดแก้ปวดที่จะบรรเทาอาการได้แค่เพียงชั่วคราว

กล่าวได้ว่าการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการฉีดโบท็อกเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด อีกทั้งประสิทธิภาพของการฉีดยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายโบท็อกออฟฟิศซินโดรม

ปัจจุบันราคาในการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ไม่ได้แพงอย่างที่คิดและมีความคุ้มค่าอย่างมาก โดยโปรโมชั่นและแพ็คเกจในปัจจุบันจะเริ่มต้นที่ 9,900 บาท เป็นการฉีดด้วยสาร Botulinum Toxin A ที่ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกาและไทยตั้งแต่ปี 2010

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ลองสอบถามกับทางคลินิกหรือโรงพยาบาลออฟฟิศซินโดรม เพื่อเลือกแพ็คเกจในการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการรวมถึงงบประมาณของคุณมากที่สุด

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมที่ไหนดี

ควรฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ที่ไหนดี ซึ่งในปัจจุบันมีทางเลือกด้านการรักษาด้วยโบท็อกอยู่หลายแห่ง แต่การเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีคุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องพิจารณาให้ดี โดยมีหลักการในการเลือก ดังต่อไปนี้

  • เลือกฉีดโบท็อก รักษาออฟฟิศซินโดรม กับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วยังรวมถึงเจ้าหน้าที่และพยาบาลที่มีความพร้อม มีความชำนาญเกี่ยวกับการรักษาด้วยเช่นกัน
  • การให้บริการเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี ทั้งบริการหลังและก่อนการใช้บริการ การให้คำแนะนำจากทางแพทย์และเจ้าหน้าที่
  • สถานพยาบาลควรตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสะดวก ทำเลที่ตั้งที่สามารถเดินทางได้ง่าย
  • สถานพยาบาลควรมีสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ถูกสุขอนามัย
  • อุปกรณ์และเครื่องมือของสถานพยาบาลมีความทันสมัย ได้คุณภาพ ปลอดภัย
  • โบท็อกสำหรับการฉีดโบท็อกสำหรับการรักษาโรค ออฟฟิศซินโดรม ควรมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นยี่ห้อที่มีคุณภาพและผ่านการรับรอง
  • ราคาของการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการฉีดโบท็อกมีความสมเหตุสมผล มีแพ็คเกจและโปรโมชั่นที่น่าสนใจ

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ปลอดภัย ที่ BTX Migraine Thailand

โบท็อกไหล่

สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกฉีด โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ที่มีคุณภาพและปลอดภัย แนะนำที่ BTX Migraine Thailand ศูนย์รักษาไมเกรนและออฟฟิศซินโดรม ที่พร้อมในการบริการอย่างครบวงจร ได้มาตรฐาน สะอาด เครื่องมือทันสมัย และปลอดภัย

มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาด้วยโบท็อก ทีมงานมืออาชีพและเชี่ยวชาญคอยดูแลและให้คำแนะนำ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยตอบโจทย์ด้านการรักษาที่เห็นผลได้จริงและมีความปลอดภัยกับคุณอย่างมากเลยทีเดียว

คำถามที่พบบ่อย

การเตรียมความพร้อมด้านการรักษาด้วยการฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะช่วยให้คุณสามารถรักษาออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ไปรู้จักกับคำถามที่พบบ่อยเพื่อการเตรียมตัวที่ดียิ่งขึ้นกัน

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ผลการรักษาอยู่ถาวรไหม?

การรักษาด้วยการฉีดโบท็อกรักษาภาวะออฟฟิศซินโดรม จะมีผลลัพธ์ในระยะยาว 4 – 6 เดือน แต่การรักษาจะเห็นผลได้ตรงจุดและแก้ปัญหาได้อย่างตอบโจทย์ ยิ่งถ้าหากคุณมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานและดำเนินชีวิต เช่น การหมั่นออกกำลังกาย, การปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งและโต๊ะทำงานให้เหมาะสม, รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและครบ 5 หมู่ เป็นต้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรมใช้เวลานานเท่าไหร่?

ปกติแล้วการฉีด โบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะใช้ระยะเวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและการรักษาเฉพาะบุคคล

ข้อสรุป

การฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ถูกแนะนำเป็นอันดับต้นๆ ในการรักษา ซึ่งต้องบอกเลยว่าออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่ไม่ควรละเลยหรือปล่อยไว้จนสายเกินแก้ เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น

การฉีดโบท็อกรักษาออฟฟิศซินโดรมจะสามารถรักษาได้เฉพาะจุดและตอบโจทย์ เห็นผลได้อย่างชัดเจนและเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และถ้าหากคุณต้องการสอบถามหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษา สามารถติดต่อได้ที่ @ayaclinic ที่จะมีแพทย์เฉพาะและเจ้าหน้าที่คอยบริการและแนะนำอย่างละเอียด

เอกสารอ้างอิง

José M. Climent, Ta Shen Kuan, Pedro Fenollosa, Francisco Martin-Del-Rosario 2013.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/7854804/

Diana Miller, Diana Richardson, Mahmood Eisa, Rizma Jalees Bajwa, Bahman Jabbari
Publish 2009 https://academic.oup.com/painmedicine/article/10/6/1012/1842160?login=false

Adriana P Soares, Regis B Andriolo, Álvaro N Atallah, Edina Mk da Silva 2014. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22513950/