อาการไมเกรนที่พบบ่อย ปวดหัวอย่างเดียวหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ปวดหัวข้างเดียว” เท่ากับเป็นไมเกรน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการไมเกรนมีความซับซ้อนมากกว่านั้นมาก บางคนอาจปวดทั้งสองข้าง บางคนปวดลามไปถึงเบ้าตา หรือบางคนอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทำงานไม่ได้ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าอาการไมเกรนคืออะไร มีลักษณะแบบไหน และถ้าอาการกำเริบขึ้นมาควรรับมืออย่างไร

สารบัญบทความ

อาการไมเกรน คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

หากจะอธิบายว่า อาการของไมเกรนคืออะไร ตามหลักการแพทย์แล้ว ก็คือโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากการหลอดเลือดในสมองมีการขยายตัวและหดตัวผิดปกติ ร่วมกับการหลั่งสารเคมีบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทคู่ที่ 5 ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่รุนแรงและต่อเนื่อง

แต่ถามว่าอาการไมเกรนเกิดจากอะไร หรืออาการไมเกรนสาเหตุมาจากไหน? ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ 100% แต่เชื่อว่าปัจจัยหลักมาจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยอาการของไมเกรนเกิดจากตัวกระตุ้น (Triggers) ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นน้ำหอม การอดนอน หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงช่วงที่มีประจำเดือน

เช็กให้ชัวร์! อาการไมเกรนเป็นยังไง?

หลายคนสงสัยว่า อาการไมเกรนเป็นอย่างไร หรืออาการไมเกรนขึ้นเป็นยังไง แตกต่างจากการปวดหัวทั่วไป (Tension Headache) อย่างไร สังเกตได้จากลักษณะเฉพาะเหล่านี้

  • ลักษณะการปวด : มักปวดตุ้บ ๆ (Pulsating) ตามจังหวะชีพจร
  • ตำแหน่ง : มักปวดข้างเดียว แต่อาจสลับข้างหรือปวดทั้งสองข้างได้
  • ความรุนแรง : ปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • อาการร่วม : มีอาการไวต่อแสง (Photophobia) หรือไวต่อเสียง (Phonophobia)

ข้อสังเกต : หากคุณมีอาการไมเกรนเริ่มต้น คุณอาจรู้สึกอ่อนเพลีย หาวบ่อย หรืออยากอาหารบางอย่างเป็นพิเศษก่อนที่อาการปวดหัวจะมาถึง

ไม่ใช่แค่ปวดหัว! อาการอื่นที่มักมาพร้อมไมเกรน

หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “ไมเกรนทำให้ปวดส่วนอื่นได้ไหม?” คำตอบคือ “ได้แน่นอน” เพราะอาการของไมเกรนปวดหัวนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

1. อาการทางสายตา (Visual Symptoms)

อาการไมเกรนขึ้นตา หรืออาการไมเกรนปวดตาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดลึก ๆ หลังลูกตา หรือมีอาการไมเกรนตาพร่า มองเห็นภาพไม่ชัดเจน บางรายอาจเห็นแสงวับ ๆ คล้ายแฟลชถ่ายรูป หรือเห็นภาพซิกแซก ซึ่งเป็นลักษณะของไมเกรนชนิดมีอาการเตือน (Migraine with Aura)

2. อาการเวียนหัวและทรงตัว (Vestibular Symptoms)

อาการไมเกรนเวียนหัว หรืออาการของไมเกรนเวียนศีรษะ อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนโลกหมุน (Vertigo) เดินเซ หรือมึนงงตลอดเวลา ซึ่งเราเรียกกลุ่มนี้ว่า อาการไมเกรนชนิดเวียนหัว ซึ่งอาการเวียนหัวจากไมเกรนมักสร้างความรำคาญใจไม่แพ้อาการปวดหัวเลยทีเดียว

3. อาการทางระบบทางเดินอาหาร

อาการไมเกรนคลื่นไส้เป็นอาการข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด จนนำไปสู่อาการไมเกรนจะอ้วกในรายที่มีอาการหนัก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาการที่เรียกว่า อาการไมเกรนลงกระเพาะ ซึ่งมักพบในเด็ก โดยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน โดยที่อาจจะไม่มีอาการปวดหัวเลยก็ได้

4. อาการทางร่างกายอื่น ๆ

  • อาการไมเกรน ปวดท้ายทอย : บางคนปวดร้าวลงมาถึงต้นคอและบ่า ทำให้สับสนกับโรคออฟฟิศซินโดรม
  • ไมเกรนอาการชา : ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไมเกรน มือชา หรือชาตามใบหน้าและปาก
  • อาการไมเกรน แพนิค : ความเจ็บปวดที่รุนแรงและกะทันหันอาจกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวล จนกลายเป็นอาการแพนิคร่วมด้วย

อาการไมเกรนกำเริบ นานแค่ไหนถึงจะหาย?

เมื่ออาการไมเกรนกำเริบขึ้นมาในแต่ละครั้ง ความกังวลอันดับต้น ๆ ของผู้ป่วยคืออาการไมเกรนกี่วันหาย? เพราะความปวดที่รุนแรงมักทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาของอาการปวดจะแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความรุนแรงและสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนี้

  • ระยะมาตรฐาน (4-72 ชั่วโมง) : ตามเกณฑ์การวินิจฉัยทางการแพทย์ อาการของไมเกรนมักจะคงอยู่ต่อเนื่องตั้งแต่ 4 ชั่วโมงไปจนถึง 3 วัน หากไม่ได้รับการรักษาหรือรับประทานยาที่ตรงจุด โดยในช่วงเวลานี้ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหัวไมเกรนคลื่นไส้ร่วมกับอาการแพ้แสงและเสียงอย่างรุนแรง
  • ระยะต่อเนื่อง (Status Migrainosus) : หากปล่อยให้อาการลามไปจนกลายเป็นอาการไมเกรนชนิดรุนแรง อาการปวดอาจลากยาวเกินกว่า 72 ชั่วโมง (3 วัน) ซึ่งถือเป็นภาวะที่อันตรายและควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากร่างกายจะเกิดความเครียดสะสมและขาดน้ำจากการอาเจียน
  • ระยะหลังปวด (Migraine Hangover) : แม้ความปวดจะหายไปแล้ว แต่หลายคนยังรู้สึกถึงอาการข้างเคียงไมเกรน ที่เรียกว่า “ภาวะแฮงก์โอเวอร์จากไมเกรน” (Postdrome) ซึ่งอาจกินเวลาอีก 1-2 วัน โดยจะรู้สึกสมองล้า อ่อนเพลีย หรือมีอาการไมเกรนเวียนหัวหลงเหลืออยู่เล็กน้อย

การรู้ตัวตั้งแต่อาการไมเกรนเริ่มต้นและรีบรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งภายใน 30-60 นาทีแรก จะช่วยย่นระยะเวลาความทรมานจากที่ต้องนอนซมหลายวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงได้ ดังนั้นการสังเกตสัญญาณเตือนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะบอกว่าอาการไมเกรนเป็นอย่างไร และจะจบลงเร็วแค่ไหน

แนวทางการรักษา อาการไมเกรน กินยาอะไร?

สำหรับการจัดการกับอาการไมเกรนวิธีรักษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการรักษาเมื่อมีอาการ และการรักษาเพื่อป้องกัน

1. ยารักษาเมื่ออาการกำเริบ (Acute Treatment)

หากถามว่า อาการไมเกรนกินยาอะไร อาการไมเกรนยาตัวไหนดี? สามารถจัดกลุ่มยาได้ ดังนี้

  • ยาแก้ปวดกลุ่มทั่วไป : เช่น พาราเซตามอล (สำหรับอาการไมเกรนเบื้องต้นที่ไม่รุนแรง)
  • ยาในกลุ่ม NSAIDs : เช่น Ibuprofen, Naproxen
  • ยาเฉพาะทางไมเกรน : เช่น กลุ่ม Triptans หรือยาที่มีส่วนผสมของ Ergotamine (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เนื่องจากมีผลข้างเคียงสูง)

2. การรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive Treatment)

สำหรับผู้ที่เป็นบ่อย (มากกว่า 2-3 ครั้งต่อเดือน) แพทย์อาจแนะนำให้กินยาป้องกันทุกวัน หรือใช้วิธีการรักษาทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของโรค เช่น การฉีดโบท็อกซ์ เป็นต้น

ตารางสรุปข้อแตกต่างของอาการไมเกรนแต่ละประเภท

ประเภทอาการลักษณะที่เด่นชัด
ไมเกรนทั่วไปปวดหัวตุ้บ ๆ ข้างเดียว, คลื่นไส้, แพ้แสง/เสียง
ไมเกรนมีอาการเตือนเห็นแสงวับ ๆ, อาการไมเกรน ตาพร่า, ไมเกรนอาการชา
ไมเกรนชนิดเวียนหัวมึนงง, โลกหมุน, อาการเวียนหัวจากไมเกรน
ไมเกรนชนิดรุนแรงปวดต่อเนื่องเกิน 72 ชั่วโมง, อาเจียนหนัก

บอกลาความทรมานจากอาการไมเกรน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

อาการไมเกรนเกิดจากอะไร แม้จะยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างพันธุกรรม แต่เราสามารถควบคุมตัวกระตุ้น และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองได้ หากคุณพบว่าอาการของไมเกรนเริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาการไมเกรนปวดท้ายทอย หรืออาการข้างเคียงไมเกรนอื่น ๆ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางคือทางออกที่ดีที่สุด

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูง เราขอแนะนำ BTX Migraine Center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง โดยทางศูนย์มีเทคนิคการรักษาด้วย ABO ซึ่งเป็นการใช้สารสกัดโปรตีนบริสุทธิ์ฉีดเพื่อยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ก่อให้เกิดความปวด ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้อย่างเห็นผล มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลอย่างใกล้ชิด

แอดไลน์