ไมเกรนเรื้อรัง กับ ปวดหัวทั่วไป ต่างกันอย่างไร? เช็กสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ควรรู้
อาการปวดหัวกลายเป็นเรื่องปกติที่หลายคนต้องพบเจอบ่อยๆ แต่บางครั้งความปวดที่รู้สึกกลับไม่ใช่แค่อาการปวดหัวธรรมดาอย่างที่คิด เพราะมันอาจเป็น “ไมเกรนเรื้อรัง” โดยที่เราไม่รู้ตัวอยู่ก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดความสงสัยว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่ คือไมเกรนเรื้อรังหรือแค่ปวดหัวทั่วไป? เพราะอาการที่คล้ายกันในช่วงแรกๆ ทำให้สังเกตได้ยาก บางคนอาจปล่อยไว้จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างไมเกรนกับปวดหัวทั่วไป พร้อมเช็กสาเหตุ อาการที่ควรสังเกต และวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากความทรมานที่ไม่ควรมองข้ามนี้ ใครที่กำลังปวดหัวอยู่รีบเช็กอาการด่วน
สารบัญบทความ
- อาการปวดหัวทั่วไปคืออะไร ?
- ปวดหัวไมเกรนเรื้อรังคืออะไร?
- ความแตกต่างระหว่างปวดหัวทั่วไปกับไมเกรนเรื้อรัง
- การรักษาและป้องกันอาการปวดหัว
- ข้อสรุป
อาการปวดหัวทั่วไปคืออะไร ?
ไม่ว่าจะนั่งทำงานจนดึก ตากแดดนานเกินไป หรือเครียดกับงานที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่พัก สิ่งหนึ่งที่มักตามมาติดๆ ก็คืออาการปวดหัวที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ซึ่งอาการปวดหัวทั่วไปนั้นถือเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และส่วนใหญ่ก็ไม่ถึงขั้นอันตราย แต่อาจสร้างความรำคาญและรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว
ลักษณะอาการของปวดหัวทั่วไป
อาการปวดหัวทั่วไปมักจะรู้สึกตื้อๆ หนักๆ ที่ศีรษะ หรือบางครั้งก็ปวดแปลบๆ บริเวณขมับ หน้าผาก หรือท้ายทอย โดยทั่วไปแล้วจะไม่ปวดจนถึงขั้นทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการหงุดหงิดร่วมด้วย บางคนอาจจะรู้สึกเหมือนศีรษะตึงๆ เหมือนมีอะไรมารัดไว้รอบหัว อาการแบบนี้มักจะมาเป็นระยะสั้นๆ แล้วหายไปเอง หรือดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน
สาเหตุอาการของปวดหัวทั่วไป
ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดหัวทั่วไปเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตามากเกินไปจากการจ้องหน้าจอ คอมพิวเตอร์หรือมือถือ ความเครียดสะสม รวมถึงสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อนจัด หรือห้องอับที่มีอากาศไม่ถ่ายเท นอกจากนี้ การดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือข้ามมื้ออาหารก็เป็นตัวกระตุ้นให้ปวดหัวได้เช่นกัน
แม้อาการปวดหัวแบบนี้จะดูไม่น่ากังวล แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องประจำก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราปรับพฤติกรรมบางอย่างเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว
ปวดหัวไมเกรนเรื้อรังคืออะไร?
สำหรับใครที่เคยปวดหัวแบบเดิมๆ ซ้ำๆ จนเริ่มสงสัยว่า “นี่เรากำลังเป็นไมเกรนอยู่รึเปล่า?” ลองมาทำความรู้จักกับอาการปวดหัวไมเกรนกันก่อนดีกว่า เพราะไมเกรนไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา แต่เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรามากกว่าอาการปวดหัวทั่วไปหลายเท่า
ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) ต่างจากไมเกรนธรรมดาตรงที่อาการปวดมาถี่มากกว่า คือถ้าในหนึ่งเดือนคุณปวดหัวมากกว่า 15 วัน และในนั้นอย่างน้อย 8 วันมีลักษณะคล้ายกับปวดหัวไมเกรน นั่นอาจเข้าข่ายไมเกรนเรื้อรังแล้วล่ะค่ะ
ลักษณะอาการของไมเกรนเรื้อรัง
- ปวดหัวข้างเดียว หรือบางคนอาจปวดทั้งสองข้างก็ได้ แต่จะรู้สึกปวดแบบตุบๆ เหมือนเสียงจังหวะหัวใจเต้น
- ปวดแบบหนักหน่วงจนทำกิจวัตรประจำวันแทบไม่ได้ ต้องหามุมมืดๆ เงียบๆ นั่งพัก
- มีอาการร่วมอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า หรือไวต่อแสงและเสียง
- บางคนอาจมีออร่านำมาก่อน เช่น เห็นแสงวูบวาบ เสียงหึ่งในหู หรือชาที่มือและใบหน้า
- อาการปวดจะมาเป็นรอบๆ แต่ในกรณีของไมเกรนเรื้อรังจะเกิดบ่อยจนแทบไม่มีช่วงพัก
สิ่งที่ทำให้ปวดหัวไมเกรนดูต่างจากอาการปวดหัวทั่วไป คือระดับของความทรมานที่มากกว่า และมักจะมาพร้อมอาการข้างเคียงที่ทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนปิดสวิตช์ตัวเองไปช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้
สาเหตุของไมเกรนเรื้อรัง
สาเหตุของไมเกรนเรื้อรังไม่ได้เกิดจากอาการสมองล้าอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มีปัจจัยกระตุ้นหรือที่เรียกว่า Trigger หลายอย่างที่ทำให้อาการกำเริบถี่ขึ้นจนกลายเป็นเรื้อรังได้ เช่น
- ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นจากงาน ความสัมพันธ์ หรือชีวิตประจำวันที่ชวนปวดหัวทั้งเชิงรูปธรรมและนามธรรม
- การนอนหลับไม่เป็นเวลาหรืออดนอนต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่ได้รีเซต
- อาหารบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต ชีส คาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาหารที่มีผงชูรส
- ฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนก็สามารถกระตุ้นไมเกรนได้
- พฤติกรรมบางอย่าง เช่น ใช้สายตานานเกินไปกับหน้าจอ หรืออยู่ในที่ที่มีแสงจ้าและเสียงดังตลอดเวลา

ความแตกต่างระหว่างปวดหัวทั่วไปกับไมเกรนเรื้อรัง
แม้อาการปวดหัวจะฟังดูคล้ายกันไปหมด แต่ความจริงแล้วไมเกรนเรื้อรังกับปวดหัวทั่วไปนั้นมีความต่างกันชัดเจน ทั้งในเรื่องของความถี่ ความรุนแรง และอาการแทรกซ้อน ลองเทียบความแตกต่างระหว่างไมเกรนกับปวดหัวกันง่ายๆ แบบนี้เลย
- ความถี่ในการปวด
ปวดหัวทั่วไป : เป็นครั้งคราว ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยทุกเดือน
ไมเกรนเรื้อรัง : ปวดหัวมากกว่า 15 วันต่อเดือน และในนั้นอย่างน้อย 8 วันมีลักษณะของอาการปวดหัวไมเกรน
- ระดับความปวด
ปวดหัวทั่วไป : ปวดตื้อๆ หนักๆ พอทนได้ ทำงานหรือใช้ชีวิตต่อได้
ไมเกรนเรื้อรัง : ปวดแบบตุบๆ จนต้องพักหรืองดกิจกรรมบางอย่าง
- ตำแหน่งที่ปวด
ปวดหัวทั่วไป : ปวดทั้งหัว หรือช่วงท้ายทอย หน้าผาก ขมับ
ไมเกรนเรื้อรัง : ส่วนมากจะปวดข้างเดียว แต่บางครั้งก็ลามเป็นสองข้างได้เหมือนกัน
- อาการร่วม
ปวดหัวทั่วไป : โดยมากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย
ไมเกรนเรื้อรัง : มักมาพร้อมอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า แพ้แสง แพ้เสียง หรือมีออร่าล่วงหน้า
- ปัจจัยกระตุ้น (Trigger)
ปวดหัวทั่วไป : มักเกี่ยวข้องกับความเครียด พักผ่อนไม่พอ หรือจ้องหน้าจอนาน
ไมเกรนเรื้อรัง : มีตัวกระตุ้นเฉพาะ เช่น กลิ่นแรง แสงจ้า อาหารบางประเภท การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือแม้แต่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงก็กระตุ้นได้เช่นเดียวกัน
- ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
ปวดหัวทั่วไป : อาจรู้สึกไม่สบายแต่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ไมเกรนเรื้อรัง : รบกวนชีวิตอย่างชัดเจน ทำงานไม่ได้ ต้องพักผ่อนในที่มืดเงียบ และบางรายถึงขั้นต้องหยุดงาน

การรักษาและป้องกันอาการปวดหัว
อาการปวดหัวไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือหนักหน่วง ต่างก็รบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ การรู้วิธีดูแลตัวเองให้ถูกทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งเราอาจไม่ต้องพึ่งยาเสมอไป แค่รู้จักวิธีปรับพฤติกรรมบางอย่างก็ช่วยให้อาการเบาขึ้นได้เยอะเลย ลองมาดูกันว่า ถ้าเราเป็นคนที่ปวดหัวบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปวดหัวทั่วไปหรือเป็นไมเกรนเรื้อรังจะมีวิธีไหนที่ช่วยได้บ้าง
การรักษาปวดหัวทั่วไป
อาการปวดหัวทั่วไปมักเกิดจากปัจจัยรอบตัวที่เราควบคุมได้ ถ้ารู้จักสังเกตและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม อาการก็จะค่อยๆ ดีขึ้นโดยไม่ต้องถึงมือหมอ โดยแนวทางเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายๆ คือ
- พักสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่ใช้คอมหรือมือถือทั้งวัน
- นอนให้พอและนอนเป็นเวลา เพราะการพักผ่อนคือการรีเซตร่างกายแบบง่ายที่สุด
- ดื่มน้ำให้พอ เพราะภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปวดหัวโดยไม่รู้ตัว
- หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม อาจลองฝึกหายใจลึกๆ หรือหาเวลาผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น ฟังเพลง
- ใช้ยาแก้ปวดเฉพาะกรณีที่จำเป็น เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานๆ เพราะอาจทำให้ร่างกายดื้อยาได้
การรักษาไมเกรนเรื้อรัง
ในกรณีของวิธีรักษาไมเกรนเรื้อรังอาจต้องลงลึกและเป็นระบบมากขึ้น เพราะอาการมักจะรุนแรงกว่าและมากับปัจจัยกระตุ้นที่ต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งสิ่งที่ควรเริ่มทำเลยถ้ารู้ตัวว่าเสี่ยงไมเกรนเรื้อรัง มีดังนี้
- จดบันทึกอาการเพื่อหาว่าตัวกระตุ้นคืออะไร เช่น อาหารที่กิน อารมณ์ในวันนั้น หรือสภาพอากาศ
- ปรับไลฟ์สไตล์ เช่น เข้านอนให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงคาเฟอีนหรืออาหารที่เคยทำให้ปวดหัว เช่น ช็อกโกแลตหรือของหมักดอง
- ฝึกเทคนิคผ่อนคลาย เช่น โยคะ นั่งสมาธิ หรือแม้แต่การนวดกดจุดเบาๆ ก็ช่วยได้
- พบแพทย์เมื่ออาการรุนแรงหรือถี่เกินไป โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาไมเกรนเรื้อรังขั้นต้น ที่เรียกว่า “ยาป้องกัน” ซึ่งจะเน้นลดความถี่ในการปวดมากกว่ารอให้ปวดแล้วค่อยกินยา

ข้อสรุป
อาการปวดหัวอาจดูเหมือนเรื่องเล็กๆ ที่ใครๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าเริ่มปวดบ่อย ปวดหนัก หรือปวดแบบมีลักษณะเฉพาะอย่างไมเกรนเรื้อรัง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม การรู้เท่าทันอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เพียงช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาอาการให้แย่ลงในระยะยาวด้วย
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดหัวมีแนวโน้มว่าจะเข้าข่ายไมเกรนเรื้อรัง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคืออีกหนึ่งทางเลือกที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะที่ BTX Migraine Center ซึ่งเป็นศูนย์เฉพาะทางสำหรับดูแลอาการปวดหัวและไมเกรนเรื้อรังโดยเฉพาะ ที่นี่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้นและสามารถวางแผนการรักษาให้ตรงกับอาการของแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจสามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090-970-0447 เพื่อปรึกษาหรือจองคิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง
