อาการปวดหัวไมเกรนในคนท้อง กินยาได้ไหม? มีวิธีบรรเทาอย่างไร?

การตั้งครรภ์ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่และคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าอาจจะต้องมีการบำรุงหรือดูแลทั้งคุณแม่และบุตรในครรภ์เป็นพิเศษ แต่หากมีอาการปวดหัวในคนท้องก็อาจจะเกิดความกังวลใจได้

หากคนท้องปวดหัว ก็อาจจะต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร คนท้องปวดหัวบ่อย อันตรายไหม เกี่ยวกับไมเกรนหรือไม่ ตลอดจนจะต้องรักษาหรือกินยาอะไรเพื่อรักษา บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลคนท้องกับอาการปวดหัวมาให้แล้ว


 คนท้องปวดหัว

 คนท้องปวดหัว

ตามปกติแล้วคนท้องปวดหัวได้บ่อย ๆ โดยบางครั้งอาจจะเกิดจากการอาการปวดหัวไมเกรน ปวดกล้ามเนื้อตึงตัว ปวดหหัวคลัสเตอร์ ตลอดจนปวดหัวจากอาการแทรกซ้อนหรือสาเหตุภายนอกอื่น ๆ  

อย่างไรก็ดี อาการปวดหัวในคนท้องจะส่งผลให้มีอาการปวดหัวแตกต่างกันออกไป ตามแต่ละบุคคล โดยอาการเหล่านี้อาจจะส่งผลต่อบุตรในครรภ์ ตลอดจนการคลอดได้ ทำให้คนท้องกับอาการปวดหัวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อมีอาการควรปรึกษาแพทย์และทำการตรวจรักษาในลำดับต่อไป


อาการปวดหัวในคนท้อง

อาการปวดหัวในคนท้อง

คนท้องกับอาการปวดหัวถือว่าเป็นเรื่องปกติ พบได้บ่อย โดยส่วนใหญ่จะมีอาการคล้าย ๆ กับไมเกรน แต่บางครั้งก็รุนแรงกว่า ลักษณะอาการมีดังนี้ คนท้องจะมีอาการปวดหัวข้างเดียว อาจจะเป็นปวดหัวซ้ายหรือปวดหัวข้างขวา หรือในบางครั้งก็ปวดหัวทั้งสองข้าง ตลอดจนมีอาการมึนหัว ไวต่อสิ่งเร้า เวียนหัว หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย

อย่างไรก็ดี อาการปวดหัวในคนท้อง อาจจะพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ฉะนั้นในช่วงไตรมาส 3 หรือ 2 คุณแม่ตั้งครรภ์จำเป็นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

อาการปวดหัวในคนท้องมักพบในไตรมาสใด

อาการปวดหัวในคนท้องมักพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่จะสูงกว่าปกติ ช่วงนี้ร่างกายอาจจะอ่อนแอทำให้มีการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ มีอาการตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ การยืน การนั่ง ตึงจนปวดหัวท้ายทอย ตลอดจนมีความเครียด ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและรวดเร็ว จนเกิดอาการปวดหัวตอนท้อง


คนท้องปวดหัว เกิดจากสาเหตุใด

การที่คนท้องปวดหัวบ่อย ๆ ถือว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่อาจจะต้องทราบสาเหตุที่แน่ชัด เพื่อรักษาอย่างถูกวิธีและเพื่อระมัดระวังตนเอง ซึ่งสาเหตุของอาการปวดหัวของคนท้อง มีดังนี้

คนท้องปวดหัว เกิดจากสาเหตุใด

1. ระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในคุณแม่ตั้งครรภ์คือ อาการปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวข้างซ้าย หรือปวดหัวตุ้บ ๆ แต่ในระยะเวลาต่อมาอาการจะเริ่มบรรเทาลง ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะระดับฮอร์โมนลดลงต่ำ แต่เป็นเพราะว่าร่างกายสามารถปรับตัวได้และคุ้นชินกับลักษณะอาการดังกล่าวมากขึ้นนั่นเอง

2. ภาวะเครียดและวิตกกังวล

เป็นธรรมดาที่คุณแม่มือใหม่จะเกิดความรู้สึกเครียดหรือกังวลในบางครั้ง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวจากความเครียด โดยลักษณะคือจะปวดหัวเหมือนถูกกด บีบ หรือรัดรอบศีรษะ โดยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดหัวท้ายทอย ปวดร้าวไปทั่วบริเวณ ตลอดจนปวดหัวคิ้ว อย่างไรก็ดี อาการเหล่านี้จะเกิดตั้งแต่ช่วง 30 นาทีเป็นต้นไป

3. พักผ่อนไม่เพียงพอ

คนท้องมีอาการปวดหัว อาจจะเกิดจากอาการพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากคุณแม่มือใหม่อาจจะรู้สึกอึดอัด นอนไม่ค่อยหลับ หรือมีความกังวลจนทำให้นอนไม่หลับ จนส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวคลื่นไส้ได้ ดังนั้นจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่มือใหม่และลูกน้อยในครรภ์

4. การขาดสารอาหาร

เนื่องจากคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะเลือกรับทานอาหารหรืองดอาหาร เพราะกลัวว่าน้ำหนักจะขึ้น หรือในบางครั้งก็กินอาหารเกินน้อยไป เพราะมีลูกน้อยในครรภ์อีกหนึ่งคน ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารทั้งในตอนกลางคืนหรือหิวอาหารระหว่างวัน ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวในคนท้องได้ง่าย ๆ

5. ภาวะขาดน้ำ

การเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ขณะท้องอาจจะเป็นเรื่องยากและสร้างความอึดอัดให้กับคุณแม่ได้ เนื่องจากลุกยืนหรือนั่งชักโครกอาจจะทำให้ไม่สบายตัว จึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ และเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ นำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรนตอนท้องได้ในที่สุด

6. การงดเครื่องดื่มคาเฟอีน

อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบอาจจะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวได้ แต่หากงดการดื่มทันทีก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวในคนท้องได้เช่นเดียวกัน จึงต้องดื่มอย่างเหมาะสม

7. ท่ายืนหรือนั่งที่ไม่เหมาะสม

เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะมีขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น ทำให้การขยับตัว เดิน ยืน หรือนั่งลำบาก เนื่องจากร่างกายต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้อตึงตัว เส้นคอตึงได้ ในช่วงไตรมาสดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งที่บอกว่าอาจจะเกิดความดันโลหิตสูงหรือครรภ์เป็นพิษได้


คนท้องปวดหัวบ่อย อันตรายไหม

คนท้องปวดหัวพบได้บ่อย ๆ แต่หากมีอาการปวดหัวรุนแรงและบ่อย อาจจะเกิดอันตรายได้ คือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง สายตาพร่ามัว เวียนหัว รวมถึงความผิดปกติของระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกาย

ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติพร้อม ๆ กับอาการปวดหัว แม้ว่าจะทานยาแก้ปวดหัวสำหรับคนท้อง แต่ก็ยังไม่หายหรือไม่บรรเทาลง ก็อาจจะต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยโรค ซึ่งอาการปวดหัวในคนท้องที่ควรพบแพทย์ มีดังนี้ 

  • มีไข้และคอตึงแข็งร่วมด้วย
  • ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน
  • ปวดหัวช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ตาพร่ามัว ปวดเสียดบริเวณท้อง คลื่นไส้ เวียนหัว น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมือหน้ามีอาการบวม
  • ประสิทธิภาพในการพูดและการรับรู้เปลี่ยนแปลงไป
  • ปวดหัวหลังจากได้รับอุบัติเหตุ

อาการปวดหัวขณะตั้งครรภ์ที่ควรพบแพทย์

อาการปวดหัวขณะตั้งครรภ์ที่ควรพบแพทย์

นอกจากอาการในข้างต้น หากคนท้องปวดหัวแล้วมีโรคดังต่อไปนี้อาจจะต้องพบแพทย์ 

  • คุณแม่ท้องที่เป็นโรคภูมิแพ้
  • คุณแม่ท้องที่มีภาวะซึมเศร้า
  • คุณแม่ท้องที่มีภาวะความดัน โลหิตสูง
  • คุณแม่ท้องที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ

นอกจากนี้ หากมีอาการปวดหัวในคนท้องที่แปลกหรือเปลี่ยนไปดังต่อไปนี้ อาจจะต้องรีบพบแพทย์เช่นกัน เนื่องจากอาจเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษหรือภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ได้

  • อาการปวดหัวพร้อม ๆ กับตามัว 
  • คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว 
  • ปวดตรงบริเวณลิ้นปี่ 
  • บวมบริเวณใบหน้า เท้า มือ 
  • ความดันขึ้นสูงกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท 
  • ในปัสสาวะตรวจพบโปรตีนจำนวนมาก
  • หากอาการรุนแรงมากขึ้นจะมีอาการเลือดออกสมองและน้ำคั่งในสมองร่วมด้วย

คนท้องปวดหัว มีวิธีรักษาบรรเทาอย่างไร

เมื่อคนท้องปวดหัว แน่นอนว่าจะต้องหาวิธีรักษาเป็นอันดับแรกๆ เนื่องจากเป็นห่วงลูกน้อย ซึ่งหลายๆ คนก็เลือกมองหายารักษาอาการปวดหัว แต่ความจริงแล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องทานยาแก้ปวดหัวเสมอไป เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยและตัวคุณแม่เองได้

อย่างไรก็ดี หากคนท้องปวดหัวหรือมีอาการปวดหัวในคนท้องดังที่กล่าวมาในข้างต้น ควรรักษาและบรรเทาอาการง่าย ๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.การประคบร้อนหรือประคบเย็น

การประคบร้อนหรือประคบเย็น

วิธีแก้ปวดหัวสำหรับคนท้องสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ๆ สำหรับประคบร้อนหรือใช้ผ้าชุบน้ำแข็ง ผ้าเย็นสำหรับประคบเย็น โดยนำมาประคบบริเวณที่ปวดหัว เพียงแค่ 10-15 นาที ก็จะช่วยบรรเทาให้เส้นเลือดขยาย ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ลดอาการตึง อักเสบ ตลอดจนช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ด้วย  

2. การแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายความเครียด

การแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายความเครียด

น้ำอุ่นมีคุณสมบัติที่ดีและสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การลดประจุบวกในร่างกายและกระตุ้นให้ร่างกายผ่อนคลาย เพียงอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นก่อนนอน 30 นาที – 1 ชั่วโมง ก็จะทำให้ร่างกายตื่นตัว มีพลัง ปลอดโปร่ง ลดความตึงของกล้ามเนื้อในร่างกาย เลือดสูบฉีด ซึ่งการอาบน้ำอุ่นเป็นวิธีแก้ปวดหัวสำหรับคนท้องที่ทำได้ง่าย ๆ และเห็นผลดีทีเดียว

3. การเปลี่ยนท่านั่งและอิริยาบทให้เหมาะสม

การเปลี่ยนท่านั่งและอิริยาบทให้เหมาะสม

แน่นอนว่าปัญหาหลัก ๆ รองจากอาการปวดหัวข้างเดียวในคนท้อง คือ การขยับตัว การเดิน นั่ง หรืออริยาบทต่าง ๆ เนื่องจากต้องอุ้มท้องขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นทางที่ที่เป็นวิธีแก้ปวดหัวสำหรับคนท้องง่าย ๆ คือ  เปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ นั่งหลังตรง สะโพกชิดเก้าอี้ แขวนวางไว้บนพนักหรือที่วางแขน ปลายเท้าควรยกอยู่ระดับลำตัว เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี

4. การออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนท้องที่มีอาการปวดหัว คือ การเล่นโยคะแก้ปวดหัว การเล่นพิลาทิส ตลอดจนการออกกำลังกายที่เน้นความยืดหยุ่นและใช้สมาธิ เพื่อทำให้ร่างกายยืดหยุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในการออกกำลังกายยังต้องตระหนักไว้เสมอว่าไม่ควรออกกำลังกายหักโหมหรือรุนแรงเกินไป หรือหากคุณแม่ท่านใดที่มีโรคประจำตัว โรคหอบหืด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคตับ ไต ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์


ข้อห้ามในการใช้ยาแก้ปวดหัวในคุณแม่ตั้งครรภ์

ข้อห้ามในการใช้ยาแก้ปวดหัวในคุณแม่ตั้งครรภ์

ตามปกติแล้ว หากมีอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดบริเวณต่าง ๆ หรือปวดกระบอกตา จะมีวิธีแก้ปวดหัวง่าย ๆ คือ การทานยาแก้ปวด และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะบรรเทาลง 

แต่สำหรับคนท้องที่มีอาการปวดหัวหรือปวดศีรษะไมเกรน อาจจะเกิดความสงสัยว่าจะสามารถกินยาตามปกติได้หรือไม่ ยาแก้ปวดหัวที่คนท้องกินได้คือยาอะไร ซึ่งอาจจะมีข้อห้ามใช้ยา ดังต่อไปนี้

  • ห้ามไม่ให้ทานยาจำพวกลดการอักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ เช่น Ibuprofen, Ponstan, Diclofenac เนื่องจากจะทำให้หลอดเลือดขยาย 
  • ห้ามทานยาไมเกรน เช่น ยา Ergotamine เนื่องจากจะทำให้น้ำคร่ำลดลง 

อย่างไรก็ดี ยาแก้ปวดที่คนท้องสามารถทานได้คือ ยาพาราเซตามอล แต่ควรปรึกษาแพทย์และทานในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักและร่างกาย


วิธีดูแลตัวเองสำหรับคนท้องที่มีอาการปวดหัว 

วิธีดูแลตัวเองสำหรับคนท้องที่มีอาการปวดหัว

เมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะต้องดูแลตนเองเป็นพิเสษ โดยเฉพาะคนท้องปวดหัว ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหัวในคนท้อง อาจจะใช้วิธีดูแลตัวเองสำหรับคนท้องที่มีอาการปวดหัว ดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรน เช่น ผงชูรส น้ำตาลเทียม ชีส ไวน์แดง เนื้อสัตว์แปรรูป ช็อกโกแล็ต เป็นต้น และควรทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มเครื่องดื่มแก้ปวดหัวแทน 
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อลดอาการปวดหัวและลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ 
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง ซึ่งหากพบว่าในช่วงกลางคืนนั้นนอนไม่เต็มอิ่ม ก็ควรงีบพักบริเวณกลางวันแทนได้  
  • ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายหิว เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการปวดหัว ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งลูกในครรภ์และตัวคุณแม่เอง 
  • ควบคุมความเครียดและพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยอาจจะดูภาพยนตร์ที่ชอบ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย
  • หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์หรือจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะส่ผงลให้เกิดความเครียด ปวดบริเวณดวงตา และปวดหัวได้

ข้อสรุป

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่แพ้ท้อง ปวดหัวหรือมีอาการปวดหัวในคนท้องไม่ควรมองข้ามหรือหายาแก้ปวดมาทานเอง แต่ควรปรึกษาแพทยืผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนใช้วิธีแก้ปวดหรือวิธีดูแลตนเองในเบื้องต้นร่วมด้วย

แต่หากใครที่พบว่าตนเองมีอาการปวดหัวไมเกรน ก็สามารถเข้ารับปรึกษา คำแนะนำเกี่ยวกาับการรักษารูปแบบต่าง ๆ เช่น โบท็อกไมเกรน กินยาแก้ปวด การฝังเข็ม ตลอดจนตรวจไมเกรนกับทาง BTX Migraine Center หรือศูนย์รักษาไมเกรนเฉพาะทางที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้ง่าย ๆ เพียงแค่ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 ได้ทันที


เอกสารอ้างอิง

Noreen Iftikhar. (2019). Headache During Pregnancy: What You Need to Know. Retrieve from https://www.healthline.com/health/pregnancy/headache-during-pregnancy